- 24 พ.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายแก๊งหมวกกันน็อค ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร่อนนามบัตรเกลื่อนเมือง ย่านมีนบุรี-ร่มเกล้า เก็บดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 3,000 ต่อปี
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ, พ.ต.ท.พิทยา คงเจริญ, พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม และ พ.ต.ท.ประวิทย์ ว่องไว รอง ผกก.5 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ.,ร.ต.อ.ณัฐดนัย
ปั้นสอาด รอง สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.
ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 4 ราย ดังนี้
1.นายธนภัทรฯ(สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี สัญชาติไทย
2.นายวันชัยฯ(สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สัญชาติไทย
3.นายกิติพงษ์ฯ(สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี สัญชาติไทย
4.นายรัฐภูมิฯ(สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี สัญชาติไทย
ความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”
พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 8 รายการ
1.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 12 เครื่อง
2.คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง
3.แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง
4.โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง
5.นามบัตร จำนวน 71 ใบ
6.เอกสารเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ จำนวน 17 ชุด
7.สมุดจดบันทึก จำนวน 2 เล่ม
8.หมวกกันน็อค จำนวน 2 ใบ
สถานที่ตรวจค้น ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย กรณีกู้ยืมเงินนอกระบบ ผ่านช่องทาง Line โดยใช้ชื่อว่า “บิ๊ก แจ็ค 777” เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามผู้กู้และบุคคลใกล้ชิดเป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงมอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย กก.5 บก.ปอศ. ทำการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
จากการสืบสวนสอบสวน พบว่ากลุ่มผู้เสียหายเห็นแหล่งเงินทุนนอกระบบนี้จากเพจเฟซบุ๊ก เมื่อสนใจต้องติดต่อรายละเอียดการกู้ยืมเงินผ่านช่องทาง Line โดยใช้ชื่อว่า “บิ๊ก แจ็ค 777” ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนถูกกฎหมายได้ ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อของกลุ่มนายทุนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานยืนยันตัวตน และไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน เมื่อสินเชื่ออนุมัติแล้วกลุ่มคนร้ายจะนำเงินสดไปให้ผู้เสียหายที่บ้าน โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือร้อยละ 626 ต่อปี ภายหลังคิดเพิ่มเป็นร้อยละ 3,000 ต่อปี อันเป็นการคิดดอกเบี้ยที่เอารัดเอาเปรียบ ซ้ำเติมประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เมื่อผู้เสียหายประสบปัญหาไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยต่อได้ไหว ก็จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อค ปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์เขียนข้อความทวงหนี้ไว้ในกระดาษและแปะไว้ที่บ้าน หรือที่ทำงานของผู้เสียหาย รวมทั้งตะโกนเรียกชื่อและเดินวนเวียนไปมาที่หน้าบ้านทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว ซึ่งพฤติการณ์ของแก๊งหมวกกันน็อคดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งจากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าแก๊ง “บิ๊ก แจ็ค 777” ดังกล่าวมีกลุ่มลูกหนี้ประมาณ 50-60 ราย มีเงินหมุนเวียนในระบบถึง 10 ล้านกว่าบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนจนทราบที่พักอาศัยของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาล และนำกำลังเข้าตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พบผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้แก่ นายธนภัทรฯ, นายวันชัยฯ, นายกิติพงษ์ฯ และนายรัฐภูมิฯ โดยจากการตรวจค้นพบคลิปที่แก๊งหมวกกันน็อคดังกล่าวถ่ายไว้ขณะให้เด็กใหม่ฝึกโปรยนามบัตร และคลิปขี่จักรยานยนต์ตระเวนร่อนนามบัตรตามบ้านและย่านชุมชนในเขตมีนบุรี,เขตร่มเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง ในเวลากลางคืน เพื่อส่งรายงานนายทุน จึงได้ตรวจยึดของกลางพร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย โดยจะได้สืบสวนขยายผลไปให้ถึงนายทุนใหญ่เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพว่าได้ปล่อยเงินกู้และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจริง โดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายธนภัทรฯ ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อพูดคุยกับผู้กู้ โดยนำเงินต้นไปให้ผู้กู้ และเรียกเก็บเงินค่าดอกเบี้ยจากผู้กู้ ส่วนของนายวันชัยฯ, นายกิติพงษ์ฯ, นายรัฐภูมิฯ ทั้ง 3 คนทำหน้าที่คอยแจกใบปลิว และตามทวงหนี้จากผู้กู้
สุดท้ายนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อในการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการกู้เงินนอกระบบผ่านกลุ่มนายทุนซึ่งปล่อยเงินกู้เถื่อนและมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะอาจถูกบังคับทวงหนี้ด้วยความรุนแรง และยังมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของตนเอง, บุคคลรอบข้างและครอบครัวอีกด้วย หากต้องการตรวจสอบแหล่งเงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบใบอนุญาตการปล่อยสินเชื่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย เว็บไซต์ https://app.bot.or.th/BotLicenseCheck
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เว็บไซต์ http://www.1359.go.th/picodoc/comp.php
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. หมายเลขโทรศัพท์ 06 3862 9870
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
