รวบ บุ๊ค อุดรฯ แก๊งบัญชีม้าหลอกลงทุนออนไลน์! โฆษณาผ่านแอพฯ “TikTok” อ้างลงทุนกำไร 124% เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำหลายรอบ

เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม นายวุฒินันฯ หรือบุ๊ค อายุ 23 ปี บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถนนเทอดดำริ แขวงจตุจักร  เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร   ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชี เงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.649/2568 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 
 

เมื่อช่วงประมาณเดือนกันยายน 2567 ผู้เสียหายได้เล่นโทรศัพท์ไปเจอลิงก์ในแอปพลิเคชัน “ TikTok” ขึ้นสาธารณะ โพสต์ข้อความและลิงก์โฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าสามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนในอัตราสูงภายในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังแสดงข้อความลักษณะน่าเชื่อถือ มีการกล่าวอ้างว่ามีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมากและสามารถถอนกำไรได้จริง เพื่อจูงใจให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความสนใจ  

จับแล้ว "บุ๊ค อุดรฯ" หลอกลงทุนออนไลน์ อ้างลงทุนกำไร 124%
เมื่อผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาดังกล่าวและกดเข้าไปดู คนร้ายได้ส่งลิงก์เพิ่มเติมให้สมัครเข้าร่วมลงทุน และให้พูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็น “แอดมิน” ผ่านระบบแชต โดยแอดมินได้อธิบายรูปแบบการลงทุน พร้อมรับรองว่าหากเติมเงินเข้าระบบ จะได้รับผลตอบแทนตั้งแต่ร้อยละ 124 และหากลงทุนด้วยจำนวนเงินที่สูงขึ้น ก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์กำไรและโบนัสเพิ่มขึ้นตามลำดับ 


 ในระยะแรกคนร้ายพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ใช้คำพูดโน้มน้าวและแสดงยอดกำไรหรือโบนัสในระบบ เพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถทำกำไรได้จริง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้ง โดยภายหลังจากการโอนแต่ละครั้ง คนร้ายจะอ้างว่าระบบกำลังดำเนินการ หรือแจ้งว่าหากต้องการถอนเงินและกำไร จะต้องเพิ่มยอดเงินลงทุนให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดก่อน 
 

ต่อมาคนร้ายได้ใช้กลอุบายต่างๆ เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เช่น อ้างว่าผู้เสียหายได้รับ “โบนัสพิเศษ” แต่ยังไม่สามารถถอนเงินได้ อ้างว่าต้องเติมเงินให้ครบตามยอดที่ระบบกำหนดเพื่อปลดล็อกบัญชี อ้างว่าต้องเพิ่มระดับสมาชิกหรือยืนยันสิทธิ์ก่อนถอนเงิน รวมทั้งอ้างว่าหากไม่ดำเนินการต่อ เงินทั้งหมดในระบบจะถูกระงับ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลและหลงเชื่อยอมโอนเงินเพิ่มเติมหลายครั้ง 
 เมื่อผู้เสียหายพยายามขอถอนเงิน คนร้ายกลับบ่ายเบี่ยงและแจ้งเหตุขัดข้องต่างๆ โดยเฉพาะใน 


ช่วงท้าย คนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายกรอกเลขบัญชีผิด จึงไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ และหากต้องการแก้ไขบัญชีหรือเปลี่ยนบัญชีรับเงิน จะต้องโอนเงินเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,862,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการและปลดล็อกระบบ ทั้งที่ความจริงแล้วผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว 


 จากพฤติการณ์ดังกล่าว คนร้ายมีลักษณะกระทำการเป็นขบวนการ มีการใช้หลายบัญชีธนาคารของบุคคลต่างๆ รับโอนเงินจากผู้เสียหาย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและใช้วิธีการหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์โดยอาศัยความโลภและความเชื่อมั่นของผู้เสียหายเป็นเครื่องมือ จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 1,970,000 บาท  

จับแล้ว "บุ๊ค อุดรฯ" หลอกลงทุนออนไลน์ อ้างลงทุนกำไร 124%
 ภายหลังผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่าถูกหลอกลวง เนื่องจากไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้จริง อีกทั้งยังถูกเรียกให้โอนเงินเพิ่มอยู่ตลอดเวลา เมื่อพยายามติดต่อคนร้ายกลับไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงให้ร่วมลงทุนผ่านระบบออนไลน์ อันเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด 


พฤติการณ์มิจฉาชีพ : กลุ่มคนร้ายได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน “TikTok Facebook Line” ลงโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าสามารถสร้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น เมื่อผู้เสียหายสนใจกดเข้าไปสมัคร คนร้ายจะส่งลิงก์และให้ติดต่อพูดคุยกับแอดมินผ่านระบบแชต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและโน้มน้าวให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 


พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการใช้กลอุบายหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคนร้าย โดยคนร้ายมีลักษณะกระทำการเป็นขบวนการ มีการใช้หลายบัญชีธนาคารในการรับโอนเงินและเมื่อผู้เสียหายเริ่มสงสัยหรือไม่สามารถโอนเงินเพิ่มได้ ก็จะตัดการติดต่อ ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก 
 จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายวุฒินันฯ หรือบุ๊ค อายุ 23 ปี นั้นกำลังเดินทางขึ้นมาจากทางภาคใต้ผ่านกรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ 


ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายวุฒินันฯ โดยนำข้อมูลทะเบียนราษฎรมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อปี 2567 ลูกพี่ลูกน้องของข้าฯ ที่อยู่บ้านใกล้กัน  ได้ขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้ 2 รอบ 2 บัญชี ข้าฯ ให้ไปพร้อมซิมและสแกนใบหน้าในโทรศัพท์ บอกจะนำไปใช้โดยที่ไม่ได้แจ้งอะไรและข้าฯ ไม่ได้ค่าจ้างแต่อย่างใด เบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อตามคำบอกกล่าวของผู้ต้องหา  
 
 เตือนภัย : ขอเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “TikTok, Facebook, Line” หรือแอปพลิเคชันต่างๆ โดยมักใช้วิธีโฆษณาว่าสามารถสร้างผลตอบแทนสูง ได้กำไรง่าย ถอนเงินได้รวดเร็ว หรือมีโบนัสพิเศษ เพื่อจูงใจให้หลงเชื่อร่วมลงทุน 


 มิจฉาชีพมักสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้พูดคุยกับแอดมิน มีการส่งภาพกำไรหรือยอดเงินในระบบให้ดู รวมถึงอ้างว่ามีผู้ลงทุนจำนวนมากและได้รับผลตอบแทนจริง เมื่อเหยื่อเริ่มลงทุนและโอนเงินครั้งแรก คนร้ายจะใช้วิธีหลอกให้โอนเพิ่มเรื่อยๆ โดยอ้างว่าต้องเพิ่มยอดลงทุน ปลดล็อกบัญชี ยืนยันตัวตน เสียค่าภาษี หรือแก้ไขข้อมูลบัญชี จึงจะสามารถถอนเงินได้ 
 ท้ายที่สุด ผู้เสียหายจะไม่สามารถถอนเงินได้จริงและเมื่อเริ่มสงสัย หรือไม่มีเงินโอนเพิ่ม คนร้ายมักตัดการติดต่อทันที ทำให้สูญเสียเงินจำนวนมาก 
 จึงขอฝากเตือนประชาชนว่า 
• อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง  
• อย่าโอนเงินให้บุคคลที่รู้จักกันผ่านออนไลน์เพียงอย่างเดียว  
• ควรตรวจสอบข้อมูลบริษัทหรือแพลตฟอร์มลงทุนให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง  
• หากถูกเร่งรัดให้โอนเงินเพิ่มเพื่อถอนเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ  
• หากพบพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าว ควรรีบแจ้งธนาคาร อายัดบัญชี และแจ้งความกับตำรวจทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินเหมือนกรณีดังกล่าว 
“กำไรที่ง่ายเกินไป มักซ่อนภัยไว้เสมอ”