แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

ชาวโคราชตื่นตัวแห่ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" รับเงิน 4,000 บาทวันแรกแน่นขนัด ประชาชนกรูกดสิทธิเบียดกันจนคุณตาวัย 87 ปีหวิดล้ม

นครราชสีมา (25 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกของการเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัสมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนวงเงินเยียวยาคนละ 4,000 บาท ซึ่งพบว่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวเดินทางมาติดต่อทำธุรกรรม ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้าตรู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนที่ไม่ชำนาญการใช้เทคโนโลยี สมาร์ทโฟน หรือเกิดปัญหาทางเทคนิคไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ด้วยตนเอง

 

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอด่านขุนทด พบภาพวิถีชาวบ้านสุดแปลกตา โดยมีประชาชนเดินทางมารอต่อคิวล่วงหน้าตั้งแต่เวลา 03.30 น. เนื่องจากกังวลว่าจะเสียสิทธิและต้องเผชิญกับแถวที่ยาวเหยียด และเนื่องจากผู้มาติดต่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่บุตรหลานพามา ชาวบ้านจึงได้นำเอา "รองเท้า" มาวางตั้งเรียงแถวต่อคิวแทนคน เพื่อป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการยืนระยะยาวและช่วยลดความแออัดบริเวณหน้าธนาคาร จนกระทั่งเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ธนาคารเริ่มเปิดจุดบริการแจกบัตรคิวและจัดระเบียบแถวเป็นกลุ่ม แถวละ 20 คน เพื่อทยอยเข้าไปดำเนินงานภายในอาคารอย่างเป็นระบบ

 

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

ในขณะที่บรรยากาศ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอสีคิ้ว กลับเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายขึ้น เนื่องจากมีประชากรจากหลายตำบลเดินทางมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อนำบัตรประชาชนมาทดลองเสียบยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM หน้าธนาคาร และในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เริ่มเดินแจกบัตรคิว ประชาชนต่างพากันกรูกระโถมเข้าไปแย่งชิงคิว จนเกิดการกระทบกระทั่งและเบียดเสียดล้มพับเกือบระเนระนาด โดย นายรส อายุ 87 ปี ชาวบ้านอำเภอสีคิ้ว ซึ่งเคยประสบอุบัติเหตุขาหักและเดินไม่สะดวก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยความอัดอั้นว่า ตนเกือบจะล้มลงพื้นจากแรงเบียดกระแทกของฝูงชน และไม่เข้าใจว่าเหตุใดจะต้องแย่งชิงกันจนสร้างความเดือดร้อนให้ผู้สูงอายุเช่นนี้

 

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างพื้นฐาน โดย นางคำพอ อายุ 71 ปี ชาวบ้านจากตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน เปิดเผยว่า ตนต้องให้ลูกหลานพาเดินทางนั่งรถข้ามอำเภอมาแต่เช้า เนื่องจากในพื้นที่อำเภอสูงเนินไม่มีสาขาของธนาคารกรุงไทยตั้งอยู่เลย ประกอบกับตนใช้เทคโนโลยีไม่เป็นและไม่เคยได้รับสิทธิช่วยเหลือจากโครงการใดของรัฐบาลมาก่อน ครั้งนี้จึงตั้งความหวังว่าจะได้รับการลงทะเบียนสำเร็จ เช่นเดียวกับ นางเพ็ญเข อายุ 64 ปี ที่ประสบปัญหาทางเทคนิคทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ล็อกระบบเนื่องจากตนเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือใหม่ จึงต้องเดินทางมาให้ทางเจ้าหน้าที่ระบบของธนาคารช่วยล้างฐานข้อมูลและผูกรหัสให้ใหม่

 

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมความประทับใจจาก นางน้อย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวบ้านสีคิ้ว ที่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่จนสามารถยืนยันสิทธิได้สำเร็จ พร้อมฝากขอบพระคุณรัฐบาลที่ออกนโยบายเยียวยาปากท้องในภาวะค่าครองชีพสูงเช่นนี้ โดยตนจะเฝ้ารอเงินงวดแรกที่จะโอนเข้าสู่ระบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ ทั้งนี้ จากปริมาณความต้องการที่ล้นหลาม ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยระบุว่า เบื้องต้นสามารถรองรับการทำธุรกรรมลงทะเบียนระบบไทยช่วยไทยพลัสได้เพียงวันละ 250 คิวเท่านั้น แต่จะมีการประเมินสถานการณ์หน้างานรายวัน หากระบบไม่ติดขัดและดำเนินการได้รวดเร็ว อาจพิจารณาขยายโควตาเพิ่มขึ้นเป็น 300 คนต่อวัน เพื่อระบายความแออัดของประชาชนต่อไป
 

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ

แห่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นแบงก์ แย่งรับคิวหวิดทำตาล้มพับ