- 25 พ.ค. 2569
รู้แล้ว ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 คือใคร หลังเจ้าหน้าที่เดินหน้าสืบหาตัวตนอย่างไม่ลดละ ล่าสุดผลตรวจจากนิติเวชยืนยันแล้ว
ใกล้ได้บทสรุปของปริศนาศพรายสุดท้ายแล้ว หลังตำรวจ สน.มักกะสัน เดินหน้าสืบหาตัวตนผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์อย่างไม่ลดละ กระทั่งสามารถตามหาญาติฝ่ายพ่อเพื่อตรวจ DNA ได้สำเร็จ ล่าสุดผลนิติเวชยืนยันแล้วว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 คือใคร
มีรายงานว่า การพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ ใกล้ได้ข้อยุติ หลังพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ทำงานอย่างหนักต่อเนื่องเพื่อค้นหาความจริง โดยเฉพาะ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน ที่เป็นกำลังสำคัญในการแกะรอยตัวตนของผู้เสียชีวิตรายนี้
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้า เพื่อนร่วมงานของผู้สูญหายรายหนึ่งได้โทรศัพท์หา ร.ต.อ.จารุพัฒน์ พร้อมแจ้งว่า เพื่อนร่วมงานของตนหายตัวไปผิดปกติ เพราะปกติเป็นคนรับผิดชอบ ไม่เคยขาดงานหรือหนีงาน
หลังได้รับสายดังกล่าว ร.ต.อ.จารุพัฒน์ รู้สึกมีความหวังทันที และรีบให้ผู้แจ้งเดินทางมาที่ สน.มักกะสัน แต่กลับติดต่อไม่ได้ตลอดทั้งวัน
กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน เพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวได้ติดต่อกลับ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านของผู้สูญหายมาให้ตรวจสอบ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพจากสตอรี่ของผู้โดยสารในวันเกิดเหตุ พบว่าทั้งรองเท้า กระเป๋า และกางเกง ตรงกันทั้งหมด
ต่อมา ร.ต.อ.จารุพัฒน์ จึงสอบถามชื่อผู้สูญหายอีกครั้ง และทราบชื่อคือ “นายเสริมลาภ ปิ่นทอง”
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือ นายเสริมลาภไม่มีพ่อแม่และน้องชายแล้ว เนื่องจากเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ทำให้การตรวจ DNA เป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงพยายามตรวจสอบทั้งข้อมูลประกันสังคม ประวัติการรักษา รวมถึงสอบถามโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ์ เผื่อมีข้อมูลตัวอย่างเลือดหรือประวัติทำฟัน แต่ไม่พบข้อมูลใดที่ใช้ยืนยันตัวตนได้
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ร.ต.อ.จารุพัฒน์ จึงประสานทีมนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ เพื่อเข้าไปเก็บสิ่งของภายในห้องพักมาตรวจเปรียบเทียบ DNA
ในช่วงเดียวกัน มีญาติของนายเสริมลาภบางส่วนเริ่มติดต่อเข้ามา แต่เมื่อตรวจสอบสายสัมพันธ์ ทางนิติเวชยืนยันว่า ต้องเป็นญาติฝ่ายพ่อและเป็นผู้ชายเท่านั้น จึงจะสามารถใช้ตรวจเปรียบเทียบได้
จากนั้น ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ได้ประสานสำนักงานเขตเพื่อไล่สายตระกูล “ปิ่นทอง” จนพบข้อมูลว่า พ่อของนายเสริมลาภมีน้องชายชื่อ “หลง” และยังมี “นายไพรัตน์ ปิ่นทอง” ซึ่งเป็นญาติฝ่ายพ่อที่ยังมีชีวิตอยู่
แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามติดต่อญาติหลายคน แต่ทุกคนกลับตอบเหมือนกันว่า “ไม่รู้จัก” เนื่องจากครอบครัวแยกย้ายกันอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำให้ไม่คุ้นเคยกัน
ต่อมา วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ได้โทรติดต่อนายไพรัตน์ ซึ่งพักอยู่ที่ จ.ชลบุรี ขอให้เดินทางมาตรวจ DNA แต่นายไพรัตน์ปฏิเสธในตอนแรก โดยอ้างว่าติดงานและไม่มั่นใจว่าเป็นญาติกันจริง
แต่ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ยังไม่ยอมแพ้ พร้อมอาสาช่วยออกค่าเดินทางให้ จนในที่สุดนายไพรัตน์ยอมเดินทางมา และวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ได้เข้าลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.มักกะสัน ก่อนถูกพาไปตรวจ DNA ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ
ล่าสุด มีรายงานว่า ผลตรวจจากนิติเวชยืนยันแล้วว่า ศพรายที่ 8 คือ “นายเสริมลาภ ปิ่นทอง” อายุ 45 ปี ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยกล้องวงจรปิดพบว่าออกจากบ้านพักย่านติวานนท์ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว
ขณะที่เพื่อนร่วมงานยืนยันตรงกันว่า นายเสริมลาภเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง ไม่เคยขาดงานหรือหายตัวไปโดยไม่มีสาเหตุ และด้วยความพยายามของ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว ที่ไม่ยอมปล่อยคดีนี้ให้กลายเป็นปริศนา ในที่สุดก็สามารถคลี่คลายตัวตนของผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายได้สำเร็จ
