- 26 พ.ค. 2569
ชาวบ้านร้องทุกข์เพื่อนบ้านเปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ชน ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง-ส่งเสียงขันรบกวนนาน 15 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยภูมิแพ้เปิดหน้าต่างไม่ได้
นนทบุรี (25 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกียรติคุณ ต้นยาง (ทนายโป้ง) สส.นนทบุรี เขต 7 พร้อมด้วย นายอรรถพล พิมมงละ (สจ.โอเล่ย์) ส.อบจ.นนทบุรี เขต 4 บางบัวทอง และทีมงานสมาชิกสภาเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับหนังสือร้องเรียนความเดือดร้อนอย่างหนักจากประชาชนในพื้นที่ กรณีมีเพื่อนบ้านรายหนึ่งลักลอบเลี้ยงไก่ชนและสัตว์เลี้ยงในปริมาณมากเกือบ 100 ตัว จนส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและมลพิษทางเสียงในชุมชน
จากการสอบถาม พี่จิ๋ม อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เปิดเผยว่า ตนเองอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานเกือบ 20 ปี และต้องทนทุกข์ทรมานกับพฤติกรรมของบ้านคู่กรณีมานานไม่ต่ำกว่า 15 ปี โดยในอดีตเพื่อนบ้านรายนี้เคยเก็บสุนัขจรจัดมาเลี้ยงไว้ในบ้านเกือบ 100 ตัว ส่งกลิ่นและเสียงเห่ารบกวนจนเพื่อนบ้านรอบๆ พากันร้องเรียนขอนโยบายเยียวยาจากท้องถิ่น ทว่าเจ้าตัวกลับอยู่แบบสันโดษและไม่ยอมต้อนรับหน่วยงานใดๆ ต่อมาได้เปลี่ยนมาเลี้ยงไก่ชนจำนวนมาก ล่าสุดเพิ่งมีปากเสียงด่าทอขว้างปาข้าวของใส่กัน เนื่องจากไก่บินขึ้นมาบนกำแพงและถ่ายอุจจาระลงมาในเขตบ้านของตน ยิ่งเวลาฝนตกกลิ่นขี้ไก่จะโชยรุนแรงมากจนไม่สามารถเปิดประตูหน้าต่างได้ ส่งผลให้ลูกของตนเริ่มมีอาการป่วยเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง วันนี้ตนไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้ง แต่อยากให้ย้ายไก่ออกไปเพื่อคืนความสงบและอากาศบริสุทธิ์ให้ชุมชน ต่างคนต่างอยู่โดยไม่มีเสียงรบกวนกัน
ด้าน ลุงธงชัย อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านที่เลี้ยงไก่ ได้ชี้แจงมุมมองของตนเองด้วยความอัดอั้นว่า ตนย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2549 และเลี้ยงสัตว์มาโดยตลอดด้วยความสงสารและใจบุญ ไม่อยากให้ไก่ถูกส่งไปโรงเชือด และบางส่วนก็มีคนนำมาให้ ตนไม่ได้ทำเป็นธุรกิจขายตรง มีเพียงเก็บไข่ไก่ไว้บริโภคในครัวเรือนตามแนวทางประหยัด ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องเชื้อโรคและกลิ่นเหม็นจนป่วยนั้น ตนมองว่าไม่เป็นความจริง เพราะตนคลุกคลีอยู่กับไก่กลุ่มนี้มานานกว่า 20 ปี หากมีเชื้อไข้อีดำอีแดงหรืออันตรายจริง ตนคงจะเสียชีวิตก่อนเพื่อนบ้านไปนานแล้ว
ลุงธงชัย กล่าวตัดพ้อทั้งน้ำตาว่ารู้สึกเสียใจและมองว่าหน่วยงานรัฐเลือกปฏิบัติ “คนรวยมีบ้านหรู จัดงานปีใหม่เปิดเพลงส่งเสียงดังรบกวนข้ามคืน ไม่เห็นมีเทศบาลหน้าไหนมาบังคับใช้กฎหมาย ทีคนจนใจบุญทำบุญทำทานเจียดเงินซื้อข้าวให้น้ำสัตว์จรจัดกลับถูกบีบคั้น” แต่อย่างไรก็ตาม ตนปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอของทางเทศบาลที่จะให้ย้ายไก่ไปฝากเลี้ยงในพื้นที่ของ สท. แต่ตนขอแสดงความรับผิดชอบด้วยวิธีของตนเอง โดยขอเวลาบริหารจัดการประมาณ 1 เดือน เพื่อดำเนินการย้ายไก่ทั้งหมดไปอยู่ในสถานที่แห่งใหม่ที่เหมาะสมและไม่รบกวนใคร
ทางด้าน นายเกียรติคุณ หรือทนายโป้ง ระบุว่า จากการเดินสำรวจนับจำนวนประชากรไก่ในบ้านพบบรรดาไก่ชนตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงไก่แก่รวมกันร่วม 100 ตัว ซึ่งมีสภาพหนาแน่นเปรียบเสมือนฟาร์มปศุสัตว์ขนาดเสื่อมโทรม ซึ่งตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข และข้อกำหนดของเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ไม่อนุญาตให้แปรสภาพที่พักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรเป็นพื้นที่ปศุสัตว์หนาแน่นเช่นนี้ เนื่องจากไม่มีการจัดการระบบบำบัดมูลฝอยและกลิ่นที่ดีพอ จนชาวบ้านรอบข้างทนกลิ่นฟุ้งไม่ไหวจนต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ในขั้นต้นเมื่อการเจรจาขอย้ายไก่ไปฝากไว้ที่อื่นชั่วคราวไม่เป็นผลเนื่องจากคุณลุงขอจัดการเองภายในเวลา 1 เดือน ทางตนจึงได้ทำเรื่องประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอบางบัวทอง ให้ส่งทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญลงมาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน และควบคุมมาตรการย้ายถิ่นฐานของสัตว์ให้อยู่ในกรอบเวลา เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและคืนความปลอดภัยในชีวิตให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
