พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

เจอซาก "โลมาอิรวดี" เพศผู้ตัวโตเต็มวัย ลอยเกยดินเลนใต้สะพานทางเข้าป้อมพระจุลฯ จ.สมุทรปราการ สภาพเน่าเปื่อย โคนหางมีรอยคล้ายถูกของมีคมเฉือนขาดสะบั้น คาดดับอนาถมาแล้ว 3-4 วัน

สมุทรปราการ (25 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. นายพัฒนะศักดิ์ จันทร์ตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งจาก นางสาวจันทิมา สุ่นปุย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลแหลมฟ้าผ่า ว่าพบซากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ลอยมาติดค้างอยู่ใต้สะพานข้ามคลองกองดิน ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่ป้อมพระจุลจอมเกล้า พื้นที่หมู่ 5 ตำบลแหลมฟ้าผ่า จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) อ่าวไทยตอนบน เพื่อรุดเดินทางไปตรวจสอบ

 

ในที่เกิดเหตุบริเวณดินเลนใต้โครงสร้างสะพาน เจ้าหน้าที่พบซากโลมาอิรวดี หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "โลมาหัวบาตรมีครีบหลัง" สภาพซากเริ่มเน่าเปื่อย เนื้อหลุดยุ่ย และส่งกลิ่นคละคลุ้ง ท้องแตกจนลำไส้และอวัยวะภายในไหลทะลักออกมาด้านนอก ตรวจวัดความยาวลำตัวตั้งแต่ส่วนหัวจนถึงโคนหางได้ประมาณ 2.30 เมตร ตรวจสอบอัตลักษณ์พบเป็นเพศผู้ ตัวโตเต็มวัยเจริญพันธุ์ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน และที่น่าสังเกตคือ บริเวณโคนหางมีรอยแผลตัดเรียบคล้ายถูกของมีคมเฉือนอย่างรุนแรงจนส่วนหางขาดสะบั้น เจ้าหน้าที่ ทช. จึงได้ทำการบันทึกภาพ และลงมือผ่าพิสูจน์ซากในเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญกลับไปเข้าห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่าต้องใช้เวลาวิเคราะห์ประมาณ 30 วัน จึงจะทราบสมมุติฐานและสาเหตุการตายที่แท้จริง

 

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

จากการสอบถาม นางสาวจันทิมา สุ่นปุย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ผู้พบซากคนแรก เล่าว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางไปเข้าร่วมประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ณ ที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ เมื่อขับผ่านบริเวณซอยข้างสะพานได้สายตาเหลือบไปเห็นวัตถุขนาดใหญ่ลอยน้ำมาติดเกยดินเลนอยู่ใต้สะพาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาน้ำลงพอดี เมื่อเพ่งมองจึงมั่นใจว่าเป็นซากโลมา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมจึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 เจ้าของพื้นที่ให้เข้ามาตรวจสอบและแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางทันที

 

สำหรับพิกัดบริเวณปากอ่าวไทย ใกล้กับฐานทัพเรือกรุงเทพฯ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตลอดจนท่าน้ำหน้าวัดขุนสมุทรจีน ถือเป็นพื้นที่ระเบียงนิเวศน์สำคัญที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมักพบเห็นฝูงโลมาอิรวดีว่ายน้ำรวมตัวกันออกหากินเป็นกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง โดยโลมาชนิดนี้จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่หายากและอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มีลักษณะเด่นคือหัวมนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม ตาเล็ก และปากอยู่ด้านล่าง มักอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลหนาแน่นในแถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมถึงขยับเข้ามาหากินในแหล่งน้ำกร่อย ปากแม่น้ำสายใหญ่ๆ ซึ่งการสูญเสียโลมาโตเต็มวัยในครั้งนี้ สร้างความสะเทือนใจและตื่นตระหนกให้กับกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก

 

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์

พบซากโลมาอิรวดีหางขาด เกยตื้นใต้สะพานพระสมุทรเจดีย์