รู้แล้วคือใคร หลังชาวบ้านพบ ชายปริศนา เสียชีวิตในรถยนต์

รู้แล้วคือใคร หลังชาวบ้านพบ ชายปริศนา เสียชีวิตในรถยนต์ บริเวณใต้สะพานจุดกลับรถสี่มุมเมือง ผลชันสูตรเบื้องต้นครอบครัวใจสลาย

เกิดเหตุสลดบริเวณใต้สะพานจุดกลับรถสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี หลังพบชายวัย 22 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะ ขณะที่แฟนสาวเผย ก่อนเกิดเหตุเห็นฝ่ายชายโพสต์สตอรี่มีควันลอยภายในรถ จึงรีบออกตามหา กระทั่งมาพบเป็นครั้งสุดท้ายในวันครบรอบคบกัน 2 เดือน

 

 

เมื่อเวลา 20:45 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ท.ชาติชาย คำหวาน รองสารวัตร(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ บริเวณใต้สะพานจุดกลับรถสี่มุมเมือง หมู่ 2 ถนนโลคัลโรด ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะสีขาวแบบแค็บ จอดอยู่ริมทางใกล้เสาไฟฟ้าส่องสว่างฝั่งขาเข้ารังสิต ภายในรถพบชายหมดสติ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือด้วยการทำ CPR นานกว่า 20 นาที แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยแพทย์ยืนยันการเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ “ธนภัทร” อายุ 22 ปี ชาว จ.ราชบุรี

 

จากการตรวจสอบภายในรถ พบเตาถ่านที่ยังมีความร้อนถูกนำออกมาวางไว้ด้านนอก รวมถึงพบถ่านอีกหลายถุงและขวดเบียร์ที่ถูกดื่มไปแล้วครึ่งขวด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 

รู้แล้วคือใคร หลังชาวบ้านพบ ชายปริศนา เสียชีวิตในรถยนต์

 

ด้าน “จิราวรรณ” อายุ 27 ปี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้เสียชีวิตโพสต์สตอรี่คล้ายมีควันอยู่ภายในรถ จึงรู้สึกเป็นห่วงและพยายามออกตามหา โดยอีกฝ่ายบอกเพียงว่าอยู่ “หลังตลาด” แต่ไม่ได้ระบุจุดชัดเจน กระทั่งมาพบรถจอดอยู่บริเวณดังกล่าว

 

แฟนสาวยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยพูดตัดพ้อในลักษณะว่า “หนูยังทิ้งเขาเลย เขาก็จะทิ้งหนูบ้าง” ทั้งที่ปกติเป็นคนร่าเริง ชอบสร้างเสียงหัวเราะ และทำงานขับรถส่งของภายในตลาด อีกทั้งวันเกิดเหตุยังตรงกับวันครบรอบคบหากัน 2 เดือนพอดี

 

ขณะที่เพื่อนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงประมาณ 18:00 น. ยังโทรศัพท์พูดคุยกันตามปกติ ก่อนจะทราบจากรุ่นพี่ว่าผู้เสียชีวิตมีความคิดจะทำร้ายตัวเอง จึงรีบโทรศัพท์หา แต่ถูกกดตัดสาย จากนั้นอีกฝ่ายวิดีโอคอลกลับมาให้เห็นภาพเตาและกลุ่มควันภายในรถ ตนพยายามเกลี้ยกล่อมให้หยุด พร้อมบอกให้คิดถึงลูกและรักตัวเอง แต่ผู้เสียชีวิตพูดเพียงว่า “ถ้าเป็นอะไรไป ก็มาดูหน่อยนะ” ก่อนจะตัดสายไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญญาติและผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนมอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และรอให้ญาติติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป