- 28 พ.ค. 2569
แฉพฤติกรรมสาวประเภทสองบางกลุ่มในพัทยา แฝงตัวลวงนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นห้องพัก พอความแตกขู่เรียกพวก-พังข้าวของกดดันรีดเงินอ้างค่าบริการ พร้อมอัดคลิปแบล็กเมล์ซ้ำ ด้านรุ่นพี่ LGBTQ พัทยาตัดพ้อ ‘ปลาตายตัวเดียวเน่าทั้งคอก’
ชลบุรี (28 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเป็นที่จับตามองในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังจากมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้นำส่งคลิปวิดีโอจำนวน 2 เหตุการณ์พร้อมข้อมูลหลักฐานร้องเรียนมายังสื่อมวลชน เพื่อสะท้อนปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มสาวประเภทสอง (LGBTQ) บางกลุ่มในพื้นที่ ซึ่งเริ่มทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอย่างน่ากังวลใจ
ผู้แจ้งเบาะแสเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสาวประเภทสองบางกลุ่มมีพฤติกรรมยืนเรียกลูกค้านักท่องเที่ยวตามย่านสถานบันเทิงหรือวอล์กกิ้งสตรีท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติบางรายไม่ทราบล่วงหน้าว่าเป็นสาวประเภทสอง จึงได้มีการตกลงราคาค่าบริการและพากันไปยังห้องพักของโรงแรม แต่เมื่อเดินทางไปถึงห้องพักและนักท่องเที่ยวทราบความจริงภายหลังว่าไม่ใช่ผู้หญิงแท้ จึงได้ปฏิเสธการใช้บริการและเป็นชนวนเหตุให้เกิดปัญหาตามมา
โดยพฤติการณ์ที่ถูกอ้างถึงระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมักจะฝืนเรียกเก็บเงินตามจำนวนที่ตกลงไว้ตอนแรก หากนักท่องเที่ยวปฏิเสธไม่ยอมจ่าย ก็จะส่งเสียงดังโวยวาย โทรศัพท์เรียกกลุ่มเพื่อนสนิทให้มาสมทบที่โรงแรมเพื่อกดดัน หรือบางกรณีมีการลงมือทำลายทรัพย์สินภายในห้องพัก เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยว เนื่องจากชื่อผู้เข้าพักเป็นของตัวนักท่องเที่ยวเอง ทำให้ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เกรงกลัวว่าเรื่องราวจะบานปลายลุกลาม จึงจำใจต้องยอมจ่ายเงินเพื่อตัดรำคาญและยุติปัญหา นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมการบันทึกคลิปวิดีโอระหว่างเกิดข้อพิพาท เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือแบล็กเมล์กดดันในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ตนเองดูเหมือนเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกด้วย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามความคิดเห็นจาก "ออย" พนักงานบาร์เบียร์ซึ่งเป็นสาว LGBTQ ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยเธอได้เปิดเผยความรู้สึกต่อประเด็นดังกล่าวว่า อยากฝากเตือนไปถึงสาวประเภทสองรุ่นใหม่บางกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมว่า หากคิดจะทำงานบริการหรือไปกับลูกค้า ควรมีความซื่อสัตย์และบอกความจริงกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่แรกว่าเป็นสาวประเภทสอง ไม่ควรใช้วิธีปิดบังหลอกลวงหรือสร้างปัญหาข่มขู่ในภายหลัง เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQ คนอื่น ๆ ที่ตั้งใจประกอบอาชีพสุจริต
"ตอนนี้สังคมและนักท่องเที่ยวเริ่มมองกลุ่มสาวประเภทสองในแง่ลบ เพราะมีข่าวเสียหายลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก จนทำให้คนที่ตั้งใจทำมาหากินดี ๆ ต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย มันเหมือนปลาตายตัวเดียวแต่ทำให้เหม็นไปทั้งคอก จึงอยากขอความเห็นใจจากสังคมให้ช่วยแยกแยะ เพราะคนดี ๆ ที่ทำมาหากินโดยสุจริตยังมีอยู่อีกมาก" ออย กล่าวเปิดใจ
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เมืองพัทยา ยังคงมีการนำกำลังออกระดมกวาดล้างปัญหาการค้าประเวณี และส่งชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มสาวประเภทสองตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการจัดทำสมุดประวัติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน แต่ยอมรับว่าในปัจจุบันมีกลุ่มสาวประเภทสองและแรงงานแฝงจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ทำให้การดูแล ควบคุม และตรวจสอบอย่างทั่วถึงเป็นไปได้ยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม
