ถึงว่า เห็น ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เปลี่ยนที่นั่ง หลังขับชนไรเดอร์

ถึงว่า เห็น ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เปลี่ยนที่นั่ง หลังขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต จนสังคมตั้งคำถาม ให้คนอื่นรับว่าเป็นคนขับ?

คดีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึง ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เมาแล้วขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิตยังคงเป็นที่จับตาของสังคม เมื่อช่วงสายที่ผ่านมาของวันที่ 29 พ.ค. 69 ผู้ถูกกล่าวหาเปิดใจครั้งแรกหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจ ยืนยันไม่ได้หลบหนี พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุจริง

 

ถึงว่า เห็น ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เปลี่ยนที่นั่ง หลังขับชนไรเดอร์

จากกรณีเมื่อเวลา 23:00 น. วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถกระบะชนแล้วหลบหนี บริเวณสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ (ขาออก) มุ่งหน้าถนน 345 ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายอายุ 43 ปี อาชีพไรเดอร์

 

บริเวณตีนสะพานพบรถกระบะสีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพกันชนด้านซ้ายพังเสียหาย และล้อหน้าซ้ายแตก โดยคนขับเป็นข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 

ล่าสุด วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ผอ.สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช. พร้อมทนายความ ได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก

 

ผู้ถูกกล่าวหาเริ่มต้นด้วยการกล่าวขอโทษญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงขอโทษสำนักงาน ป.ป.ช. ต้นสังกัด พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร

ถึงว่า เห็น ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เปลี่ยนที่นั่ง หลังขับชนไรเดอร์

“ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ผมไม่ได้หนี พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ และจะเดินทางไปร่วมงานศพทุกวัน”

 

พร้อมยืนยันชัดเจนว่า ตนเองเป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ และให้การเช่นนี้มาตั้งแต่ต้น โดยกระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่นั้น เป็นเพียงความเข้าใจผิด

 

“ผมขับรถมาคนเดียว ลงจากรถก็ลงคนเดียว ไม่ได้หนี ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เข้าใจว่ามีคนมาชนท้ายรถผมด้วยซ้ำ ผมยังมีสติ เพราะถ้าไม่มีสติคงกลับบ้านไม่ได้”

 

ส่วนกรณีชายเสื้อดำที่ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมาสมอ้างเป็นคนขับ ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า เป็นญาติที่เดินทางไปโรงพักด้วยกัน และไม่ได้มีการแอบอ้างใด ๆ เพราะตนเองให้การกับตำรวจตั้งแต่วันแรกว่าเป็นผู้ขับรถ

 

“จริง ๆ ไม่ได้สมอ้างอะไรเลย ผมให้การกับตำรวจหมดแล้วว่าเป็นคนขับ อาจจะเป็นความเข้าใจผิดกันตั้งแต่ตอนผมลงรถ เพราะตอนนั้นโดนคนล้อม ผมก็ตกใจ เลยไปนั่งฝั่งซ้ายในรถแล้วโทรหาญาติ”

 

เจ้าตัวยังยืนยันว่า พร้อมให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเต็มที่ พร้อมปฏิเสธข่าวลือเรื่องการอ้างตัวเป็นบุคคลใหญ่โตหรือใช้อำนาจกดดันใคร

 

“มีคนบอกว่าผมแอบอ้างเป็นนักการเมืองใหญ่โต จริง ๆ ไม่ได้โวยวายอะไรเลย มีแค่ช่วงที่โดนล้อมแล้วมีคนมาดึงประตูรถ ผมก็แค่ตกใจ”

 

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าในวันเกิดเหตุมีการดื่มแอลกอฮอล์จริง แต่ยืนยันว่าดื่มไม่มาก โดยอยู่ที่ร้านตั้งแต่เวลา 18:00 น. และออกจากร้านประมาณ 21:00 น.

 

ส่วนการดำเนินการทางวินัยของต้นสังกัดนั้น ผู้ถูกกล่าวหาระบุว่า เป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น


ถึงว่า เห็น ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. เปลี่ยนที่นั่ง หลังขับชนไรเดอร์