- 03 มิ.ย. 2569
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาจะยังคงตึงเครียดและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่ภารกิจการก่อสร้างถนนแนวชายแดนในพื้นที่ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่การก่อสร้างถนนชายแดนบริเวณช่องดาระกา–พนมเบง ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในพื้นที่
เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ยังคงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ต่างมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ขณะเดียวกันประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจากหลายพื้นที่ยังคงเดินทางนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นมามอบเป็นกำลังใจอย่างต่อเนื่อง แม้เส้นทางจะห่างไกลและทุรกันดารก็ตาม
ล่าสุด พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปราสาท และ พ.ต.ท.อาวุฒิ อ่อนวรรณะ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.ปราสาท ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศุภณัฐ ขยันดี สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ปราสาท เป็นตัวแทนร่วมกับอาสากู้ภัยสว่างพรกุศลระยอง นำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นมอบให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน
ด้านนายสงวน คงเงิน หรือ “อาจารย์ไป” ผู้ดูแลโครงการก่อสร้างถนน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพระครูขันติพโล (หลวงตาเยื้อน) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร และเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธรรมยุต) พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ เปิดเผยว่า การก่อสร้างถนนมีความคืบหน้าไปมาก แม้หลายฝ่ายจะกังวลกับสถานการณ์ชายแดนจากกระแสข่าวต่าง ๆ แต่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ยังคงทำงานตามปกติ เนื่องจากเป็นการดำเนินงานบนผืนแผ่นดินไทย
นายสงวนกล่าวว่า ทีมงานทุกคนยังคงยึดมั่นในภารกิจและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยในระยะนี้ยังไม่พบเหตุเข้ามาก่อกวนหรือขัดขวางการก่อสร้างแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณประชาชนผู้มีจิตศรัทธา หรือ “สายบุญ” จากหลายพื้นที่ ที่ร่วมกันสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่และทีมงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกฝ่ายมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และสามารถเดินหน้าภารกิจได้อย่างเต็มกำลัง
การสนับสนุนจากภาคประชาชนถือเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ช่วยเสริมขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน รวมถึงผู้ร่วมภารกิจพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าทหารกัมพูชาพยายามเคลื่อนไหวและยั่วยุในหลายพื้นที่ รวมถึงมีชาวบ้านพบเห็นโดรนบินในบางจุดตามแนวชายแดน แม้เช่นนั้น ประชาชนในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตและประกอบอาชีพตามปกติ โดยไม่ตื่นตระหนก แต่ยังคงติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เนื่องจากหลายครอบครัวเคยมีประสบการณ์อพยพจากเหตุความไม่สงบมาแล้วถึง 2 ครั้ง
