- 04 มิ.ย. 2569
เมืองสองแควคึกคัก! ประชาชนแห่แน่นธนาคารกรุงไทยพิษณุโลก ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อยืนยันตัวตนสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
พิษณุโลก (4 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการดำเนินมาตรการช่วยเหลือและจัดสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยเมื่อเวลา 08.30 น. ที่ผ่านมา ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เดินทางมารอต่อคิวเพื่อเข้ารับบริการยืนยันตัวตนอย่างเนืองแน่น โดยแถวคิวสยายยาวตั้งแต่ก่อนเวลาทำการของธนาคาร ซึ่งทางหน่วยงานได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ
สำหรับการยืนยันตัวตนในรอบนี้ ธนาคารได้เน้นย้ำและประชาสัมพันธ์ทางเลือกเพื่อความรวดเร็ว โดยประชาชนสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองผ่านระบบตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ที่รองรับการยืนยันตัวตน โดยใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดและหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมากเนื่องจากใช้เวลาดำเนินการต่อคนไม่นาน ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานระบบอัตโนมัติ ทางธนาคารก็มีเคาน์เตอร์บริการภายในอาคารคอยรองรับเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนขอรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น "รายใหม่" ทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ยังไม่สามารถดำเนินการที่ธนาคารได้ในขณะนี้ โดยต้องรอการประสานงานร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเบื้องต้นสำหรับจังหวัดพิษณุโลก คาดว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อรับลงทะเบียนรายใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกในลำดับต่อไป
จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่มารอรับบริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและวัยกลางคน ต่างสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่ารอบที่ผ่านมาการที่รัฐบาลปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็น 1,000 บาท จากเดิมที่เคยได้รับเพียง 300 บาท ถือเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีพอย่างมหาศาล สามารถนำไปจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะข้าวสารและเครื่องปรุงรส มาจัดเตรียมและเก็บตุนไว้ประทังชีวิตได้เกือบตลอดทั้งเดือน
นายวิสูตร ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาดำเนินการพร้อมกับภรรยา เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นมาตรการที่ดีมาก การเพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม เงินจำนวนนี้ครอบครัวตนจะนำไปใช้ซื้อข้าวสารกักตุนไว้เป็นหลัก
เช่นเดียวกับ คุณยายทองเยื้อน อายุ 81 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก พลเมืองดีอาวุโสที่เดินทางมารักษาสิทธิ์ด้วยความกระฉับกระเฉง พร้อมพกพาเชี่ยนหมากและอุปกรณ์เคี้ยวหมากประจำตัวมาด้วย โดยยายทองเยื้อนกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตนเตรียมเอกสารทั้งบัตรประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์มาพร้อมสรรพ เงินสวัสดิการที่ได้มาส่วนใหญ่จะนำไปซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น ซึ่งช่วยให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตลอดทั้งเดือน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือจากรัฐบาลเช่นนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเยียวยากลุ่มผู้สูงอายุ
