- 04 มิ.ย. 2569
แก๊งนักเรียน LGBTQ+ โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม แท็กทีมอาสาช่วยครูเกษตรหว่านข้าวอินทรีย์หน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียน แผลงฤทธิ์สับขาเดินแบบกลางทุ่งนาจัดเต็มลีลาหว่านข้าวสุดเฟียส
สุรินทร์ (4 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงหลังเลิกเรียนที่โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความครื้นเครงอย่างเป็นพิเศษ หลังจากคุณครูผู้สอนวิชาเกษตรกรรมได้ปิ๊งไอเดียใช้พื้นที่ว่างบริเวณด้านหน้าโรงเรียน ปรับเปลี่ยนให้เป็นแปลงนาทดลองปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ภาคปฏิบัติและพึ่งพาตนเองให้แก่เยาวชน
นายมนตรี อายุ 34 ปี ครูสอนวิชาเกษตรกรรม ซึ่งเป็นบุคลากรสายเลือดท้องถิ่นชาวอำเภอจอมพระ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออันดีจากชุมชน โดยมีผู้ปกครองของนักเรียนนำรถไถส่วนตัวเข้ามาช่วยดำเนินการปรับสภาพดินและไถเตรียมแปลงนาให้ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมนอกหลักสูตรของบุคลากรและนักเรียน
แต่ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจเกิดขึ้นระหว่างที่คุณครูกำลังลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ได้มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ที่กำลังพักผ่อนหลังเลิกเรียน สังเกตเห็นคุณครูกำลังทำงานกลางแดด จึงได้พร้อมใจกันเดินเข้ามาอาสาสมัครช่วยเหลือหว่านข้าวด้วยความกระตือรือร้น แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่เคยมีประสบการณ์การทำนาหรือจับเมล็ดข้าวมาก่อน แต่ทุกคนต่างตั้งใจเรียนรู้วิธีการจากคุณครูและลงมือช่วยอย่างเต็มที่
ความสนุกสนานทวีคูณขึ้นเมื่อเด็ก ๆ แต่ละคนเริ่มออกไอเดียและสร้างสรรค์ลีลาการสะบัดมือหว่านข้าวที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร โดยบางคนประยุกต์ใช้ท่วงท่าคล้ายกับการเดินแบบแฟชั่นโชว์อยู่บนรันเวย์ท่ามกลางทุ่งนา จนคุณครูมนตรีถึงกับต้องเอ่ยปากแซวปนรอยยิ้มขำขันว่า “หว่านลีลาเด็ดขนาดนี้ เมล็ดข้าวจะยอมงอกไหมลูก” นอกจากนี้ ด้วยความเป็นกันเองและบรรยากาศที่เป็นสุข เด็ก ๆ ยังได้ช่วยกันระดมสมองตั้งชื่อให้กับแปลงนาทดลองแห่งนี้อย่างเป็นทางการว่า “ข้าวกระเทย โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม” ซึ่งเรียกเสียงฮาและสร้างสีสันให้แก่ผู้พบเห็นในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก
คุณครูมนตรี กล่าวชื่นชมลูกศิษย์กลุ่มนี้เพิ่มเติมว่า เด็ก ๆ กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีจิตอาสาสูงมาก มักจะชอบเข้ามาช่วยเหลืองานส่วนรวมของโรงเรียนในหลาย ๆ ด้านอยู่เสมอ เป็นเด็กที่ขยัน มีความแข็งแรง และคล่องแคล่ว ทันทีที่เห็นครูทำงานก็รีบเข้ามาช่วยโดยไม่มีท่าทีรีรอหรือเกี่ยงงอน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางเลือกที่ดีในการฝึกฝนให้เยาวชนได้เรียนรู้วิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม การทำงานเป็นทีม และการบริหารเวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
สำหรับแผนงานในอนาคต หากแปลงนาอินทรีย์แห่งนี้เจริญเติบโตและให้ผลผลิตตามเป้าหมาย คาดว่าในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2569 จะเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยทางโรงเรียนมีแผนจะนำผลผลิตข้าวที่ได้มาต่อยอดและพัฒนาภายใต้ “ข้าวอินทรีย์แบรนด์โรงเรียน” พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Package) ที่สวยงามในนามของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เพื่อจัดจำหน่ายสร้างรายได้หมุนเวียนค่านมและทุนการศึกษา และยกระดับเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้แก่เยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
