- 05 มิ.ย. 2569
แพทยสภาเตือนเฝ้าระวัง "อีโบลา" หลังคองโก-ยูกันดาระบาดหนัก พบผู้เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงมีอาการผิดปกติภายใน 21 วัน รีบพบแพทย์ทันที
🟢แพทยสภาร่วมสื่อสารความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
แนะเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด
🔶จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ในภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออกจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งก่อโรครุนแรงและมีอัตราป่วยตายสูง และยังประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 9 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปี พุทธศักราช 2559 และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ กำหนดให้สาธารณรัฐสองแห่งดังกล่าวเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
.
📍โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เลือด หรือสิ่งปนเปื้อนจากผู้ป่วย โดยผู้ติดเชื้อมักมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และในบางรายอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติ
.
🚶🏻🚶🏼♀️➡️ผู้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐยูกันดา หรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอีโบลา หากภายใน 21 วัน มีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดออกผิดปกติ ขอให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที
.
🔹สำหรับสถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เฝ้าระวังคัดกรองผู้ที่มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด รวมถึงติดตามอาการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการติดตามผู้สัมผัสและควบคุมโรค
.
ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่มีอาการสงสัยเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ขอให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที หรือภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่พบผู้ป่วย โดยสามารถติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
☎️โทรศัพท์ 0 2590 3810
.
✅การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง การเฝ้าระวังตนเอง และการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมโดยรวม
.
"ร่วมกันเฝ้าระวัง รู้เท่าทัน และป้องกันโรค เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในสังคม"
.
ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569
.............
ที่มา: คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ
ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
