ยางพาราชายแดนพุ่งกิโลละ 46.20 บาท แต่ชาวสวนกุมขมับ เพราะเหตุนี้

ชาวสวนยางชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ ได้เฮหลังราคายางพาราพุ่งแตะกิโลกรัมละ 46.20 บาท สูงกว่าปีก่อนเกือบเท่าตัว แต่กลับต้องเผชิญปัญหาฝนทิ้งช่วง

สุรินทร์ – แม้ราคายางพาราในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาจะปรับตัวสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 46.20 บาท สร้างความหวังให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง แต่กลับต้องเผชิญปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้น้ำยางออกน้อยและปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะเดียวกันชาวบ้านยังคงกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่คลี่คลาย และหวั่นว่าจะเกิดการอพยพรอบใหม่

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณลานพรศิริ รับซื้อยางพารา ริมถนนสาย 24 บ้านโชคชัย หมู่ 2 ตำบลบ้านชบ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดรับซื้อยางพาราสำคัญในพื้นที่ชายแดน พบว่าบรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างเงียบเหงา แม้ราคายางจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม

นางรุ่งทิพย์ เรืองศรีอรัญ หรือ “เจ๊บิว” อายุ 30 ปี เจ้าของร้านพรศิริ รับซื้อยางพารา เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางร้านรับซื้อยางพาราในราคากิโลกรัมละ 46.20 บาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบเท่าตัว แต่กลับมียางเข้าร้านในปริมาณน้อย เนื่องจากฝนตกไม่ต่อเนื่อง หลายสวนเพิ่งเปิดหน้ายาง ทำให้น้ำยางออกน้อยและไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย

ยางพาราชายแดนพุ่งกิโลละ 46.20 บาท แต่ชาวสวนกุมขมับ เพราะเหตุนี้

เจ้าของร้านกล่าวเพิ่มเติมว่า ร้านเปิดรับซื้อยางทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00-12.00 น. โดยไม่มีวันหยุด และหากเกิดสถานการณ์อพยพจากปัญหาชายแดน ทางร้านก็ยังพร้อมเปิดรับซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านจำนวนมากยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมหากต้องมีการอพยพเป็นครั้งที่ 3

ด้าน นางสาวขนิษฐา พันชัย อายุ 51 ปี ชาวสวนยางในพื้นที่ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ กล่าวว่า แม้ราคายางปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่กิโลกรัมละ 46.20 บาท แต่ปัญหาฝนทิ้งช่วงทำให้กรีดยางแล้วได้น้ำยางน้อย ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง

ยางพาราชายแดนพุ่งกิโลละ 46.20 บาท แต่ชาวสวนกุมขมับ เพราะเหตุนี้

นางสาวขนิษฐากล่าวอีกว่า ชาวบ้านยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน และหวั่นว่าจะเกิดการอพยพรอบใหม่ จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขและคลี่คลายสถานการณ์ให้ชัดเจนโดยเร็ว เนื่องจากความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคายางอยู่ในระดับสูง หากเกิดเหตุการณ์จนต้องอพยพ ชาวสวนยางอาจต้องสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้และจำเป็นต้องละทิ้งสวนยางชั่วคราว

ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ชายแดนต่างเฝ้ารอฝนที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำยางและผลผลิต ขณะเดียวกันก็หวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป

ยางพาราชายแดนพุ่งกิโลละ 46.20 บาท แต่ชาวสวนกุมขมับ เพราะเหตุนี้