- 08 มิ.ย. 2569
ยโสธรอ่วมพายุลมกระโชกแรงถล่ม 3 อำเภอ บ้านเรือนพังยับกว่า 105 หลังคาเรือน ผู้ว่าฯ ชาญชัยระดมเจ้าหน้าที่เร่งแจกวัสดุซ่อมแซม พร้อมสั่งเฝ้าระวังภัยตลอด 24 ชม.
ยโสธร (8 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดยโสธร หลังจากเปิดฉากเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล โดยเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฝนและลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำเข้าใส่ชุมชนและบ้านเรือนของประชาชนอย่างหนักหน่วง กระจายวงกว้างในพื้นที่ 3 อำเภอ ส่งผลให้โครงสร้างบ้านเรือนและหลังคาปลิวเสียหายพังยับเยิน เบื้องต้นมีรายงานบ้านเรือนได้รับผลกระทบรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 105 หลังคาเรือน ทว่าในความโชคร้ายยังคงมีเรื่องดี เนื่องจากไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติภัยในครั้งนี้
ล่าสุด นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เกิดเหตุเป็นการด่วนเพื่อสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม และวางแนวทางช่วยเหลือเยียวยาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ แม้ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานกู้ภัยในแต่ละพื้นที่จะได้เร่งเข้าเคลียร์สิ่งกีดขวาง ตัดต้นไม้ที่ล้มทับ เส้นทางสัญจร และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว แต่เนื่องจากลักษณะความเสียหายเกิดขึ้นกระจายเป็นวงกว้างและตัวบ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกัน ในช่วงเช้านี้เจ้าหน้าที่จึงยังต้องเร่งประเมินสภาพโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด เพื่อจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซม เช่น สังกะสีและไม้ ให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด
จากการสรุปรายงานความเสียหายของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร พบพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 15 ตำบล 28 หมู่บ้าน เสียหาย 105 ครัวเรือน โดยแยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้
- อำเภอมหาชนะชัย: เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด รวม 7 ตำบล 14 หมู่บ้าน (ต.ฟ้าหยาด, ต.บึงแก, ต.ม่วง, ต.คูเมือง, ต.โนนทราย, ต.บากเรือ และ ต.พระเสาร์) บ้านเรือนเสียหายรวม 49 ครัวเรือน และมีศาสนสถานคือ วัดชัยชนะ ถูกแรงลมพัดหอบหลังคากุฏิพระสงฆ์ปลิวหายไปจำนวน 1 หลัง
- อำเภอค้อวัง: ได้รับผลกระทบรวม 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน (ต.ค้อวัง, ต.น้ำอ้อม, ต.ฟ้าห่วน และ ต.กุดน้ำใส) มีบ้านเรือนราษฎรเสียหายรวม 47 ครัวเรือน
- อำเภอคำเขื่อนแก้ว: มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายใน 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน รวมผู้ประสบภัย 9 ครัวเรือน ประกอบด้วย ต.ดงแคนใหญ่ 4 ครัวเรือน, ต.นาแก 3 ครัวเรือน, ต.ดงเจริญ 1 ครัวเรือน และ ต.แคนน้อย 1 ครัวเรือน
ทั้งนี้ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้แสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคน พร้อมแจ้งเตือนว่าสภาพอากาศในระยะนี้ยังคงมีความผันผวนและแปรปรวนสูง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฤดูร้อนหรือลมกระโชกแรงซ้ำได้อีก จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมืออันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณน้ำสะสม ขณะเดียวกันได้สั่งการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อปท. และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ จัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์เครื่องจักรกลให้พร้อมสแตนด์บายเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเคลื่อนกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินซ้ำรอยขึ้นมาอีก
