- 10 มิ.ย. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังสกัดขบวนลำเลียงยาเสพติด ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1.37 ล้านเม็ด ไอซ์ 30 กก. มูลค่าของกลาง กว่า1ร้อยล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5กก.2 บก.ทล. และ ว่าที่ พ.ต.ท.ตุลา สว่างรัตน์ สว.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.นพดล รุ่งแดง , ร.ต.อ.สุขุม นาคบำรุง , ร.ต.อ.ไชยศิริ วัฒนศิริ รอง สว. ส.ทล.5,ร.ต.ท.จิตติกรณ์ สัมพุทธานนท์ , ร.ต.ต.จตุพล ด้วงช่วย , ร.ต.ต.พยุงศักดิ์ ทองเกลียว , ร.ต.ต.ธวัชชัย ใจห้าว , ร.ต.ต.บรรจบ ชุมแก่น , ร.ต.ต.พรศักดิ์ เกิดสมนึก รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,ด.ต.ธนิต พุมดวง , ด.ต.วิจักขณ์ ยอดมณี , ด.ต.ชัยวัช เผือกแก้ว , ด.ต.พิชัย ชูจิตร , จ.ส.ต.สรายุทธ์ ศักดา , จ.ส.ต.เอกวุฒิ บุญกาญจน์ , จ.ส.ต.ธีรพงศ์ ชมตันติ , ส.ต.อ.วงศ์ธวัช ด้วงคง ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.4 บก.สกส.บช.ปส นำโดย ว่าที่ พ.ต.อ.ประสงค์ พันธุ์สวัสดิ์ ผกก.4 บก.สกส.,พ.ต.ท.ธนะรัชต์ มินาคูณ, พ.ต.ท.ภานุวัตน์ ภาพติ๊บ, พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ รอง ผกก.4 บก.สกส., ว่าที่ พ.ต.ท.พิษณุ แก้วล้อม, ว่าที่ พ.ต.ท.อาทิตย์ ฟังเย็น, ว่าที่ พ.ต.ท.หญิงญาณิน แสงสุวรรณ, ว่าที่ พ.ต.ท.หญิงนงนุช ยิ้มแก้ว, ว่าที่ พ.ต.ต.เพลิน ทองรักษ์,ว่าที่ พ.ต.ต.หญิงนันท์นภัส ธัญวัชร์ศรีกุล สว.กก.4 บก.สกส.
ร่วมกันจับกุม นายพลภูศิลป์ฯ อายุ 39 ปี และ Ms.VIENGSAVANH ฯ สัญชาติลาว อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมตรวจยึดของกลาง -
1.ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุในกระสอบ จำนวน 7 กระสอบ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,373,800 เม็ด
2.ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 30 กิโลกรัม
3.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น COROLLA สีเทา ทะเบียน 9 กย 6xx กรุงเทพมหานคร (รถนำ/สำรวจเส้นทาง)
4.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ HONDA รุ่น ACCORD สีดำ ทะเบียน กจ 4xx4 พังงา (รถบรรทุกยาเสพติด)
5.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
6.เอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้หลบหนี (บัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวทหารกองประจำการ ระบุชื่อ
พลทหารภัคธร ฯ) ตรวจยึดได้จากรถบรรทุกยาเสพติด
สถานที่จับกุม ทล. 41 กม.157 ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จว.สุราษฎร์ธานี
พฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจสอบสวนกลางสนธิกำลังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังได้รับข้อมูลจากสายลับว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบขนยาเสพติดจากภาคกลางส่งเครือข่ายภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ 2 คัน ในการขนย้ายยาเสพติดในครั้งนี้ เจ้าหน้าจึงได้แบ่งทำชุดปฏิบัติออกเป็น 2 ชุด
กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถต้องสงสัยบนถนนสายเอเชีย ขาล่องใต้ พื้นที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับ กำลังแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่รถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว ได้เร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้ากลับขึ้นทางเหนือ ระหว่าที่เจ้าหน้าที่กำลังไล่ติดตาม รถต้องสงสัยคันกล่าว การจราจรหนาแน่น เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยถูกพบจอดทิ้งไว้บริเวณริมทาง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารอาศัยจังหวะวิ่งหลบหนีเข้าป่ารกทึบ เจ้าหน้าที่กระจายกำลังไล่ล่าแต่ไม่พบตัว
จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ทั้งในห้องโดยสารและท้ายรถ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบเป็น ยาบ้า จำนวน 1,373,800 เม็ดและยาไอซ์ น้ำหนักรวม 30 กิโลกรัม รวมมูลค่าความเสียหายในเครือข่ายค้ายาเสพติด หากหลุดหลอดไปยังประเทศที่3 หรือตลาดมืดได้ มูลค่าอาจสูงถึงกล่า1ร้อยล้านบาท ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่ง ได้ควบคุมตัวชายไทย อายุ 39 ปี พร้อมหญิงสาวสัญชาติลาว อายุ 32 ปี ซึ่งขับรถทำหน้าที่นำทางและสำรวจเส้นทาง โดยรถยนต์นำหน้าห่างจาก รถคันที่ใช้ขนยาเสพติดประมาณ 10 กม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้กับผู้ต้องหาให้ทราบ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายพลภูศิลป์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วน Ms.VIENGSAVANHฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) ยังคงให้การปฏิเสธ
ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี และสืบสวนเชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว โทร 09 3196 6656
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
********************************************
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
“มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
