- 10 มิ.ย. 2569
แก๊งทรงช่างควงมีดยาวบุกปล้นแหวนรุ่น-เข็มขัดนร.บนสองแถวส้มใต้ BTS ศรีเทพา ผกก.สำโรงเหนือฮึ่มเช็กบิล แฉถอดทะเบียนพรางตาก่อเหตุวันเดียว 2 รอบ
สมุทรปราการ (10 มิถุนายน 2569) – จากกรณีเกิดเหตุระทึกขวัญและกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์คลิปวิดีโอกลุ่มวัยรุ่นคล้ายนักเรียนอาชีวะ ก่อเหตุอุกอาจควงอาวุธมีดบุกขึ้นไปล็อกตัวและชิงทรัพย์สินของนักเรียนรายหนึ่งบนรถสองแถวสีส้ม เหตุเกิดบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนเทพารักษ์ ช่วงกิโลเมตรที่ 3 ใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ศรีเทพา พื้นที่ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงเช้ามืดเวลา 07.00 น. ของวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยในคลิปปรากฏภาพขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี คนขับกลับเร่งเครื่องกระชากออกตัวอย่างแรง ทำให้เพื่อนที่ซ้อนท้ายเสียหลักตกรถล้มหัวคะมำลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาเก็บสิ่งของแล้วบิดรถหนีไปอย่างทุลักทุเล
ล่าสุด พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุแล้ว ซึ่งตามปกติทางตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการมีมาตรการสั่งการเด็ดขาดในการจัดกำลังสายตรวจทั้งผลัดหลักและผลัดเสริมออกตรวจตราจุดเสี่ยง เช่น ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟฟ้า ทั้งบนถนนสุขุมวิทและถนนเทพารักษ์เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนตีกันอยู่แล้ว
สำหรับเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายและถูกชิงทรัพย์เป็นเยาวชนและนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร ย่านบางกอกใหญ่ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าในวันเดียวกันได้ใช้รถจักรยานยนต์คันเดิมก่อเหตุมาแล้วถึง 2 เคส โดยพฤติกรรมในตอนแรกมีการติดแผ่นป้ายทะเบียนอำพราง ก่อนจะถอดป้ายทะเบียนออกในเวลาต่อมา ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนรู้ตัวและพิสูจน์ทราบหมายเลขทะเบียนรถรวมถึงพิกัดที่อยู่แล้ว พบว่ากบดานอยู่ในเขตสำโรงเหนือ บริเวณซอยวัดด่านสำโรง ซึ่งตำรวจได้ทำการประสานไปยังผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพื่อให้นำตัวบุตรหลานมาทำประวัติ ถ่ายรูป ทำทัณฑ์บน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายร่วมกับสหวิชาชีพต่อไป
"อยากฝากเตือนสติไปยังน้อง ๆ เยาวชนว่าให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน อย่าพกพาอาวุธมีดหรือเที่ยวไปดักทำร้ายร่างกายคนอื่นเพียงเพราะเห็นหน้าไม่ถูกชะตาหรืออยู่ต่างสถาบัน เพราะหากอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นเสียชีวิต โทษทางกฎหมายจะรุนแรงมาก ตัวผู้ก่อเหตุเองจะต้องหมดอนาคตทันที ยิ่งไปชิงทรัพย์เอาแหวนเอารุ่นเขา มันเข้าข่ายคดีอาญาร้ายแรง อย่าเอาอนาคตตัวเองมาแลก และขอให้นึกถึงหัวอกพ่อแม่ให้มากๆ" ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวเตือนสติ
ขณะที่ นายสายธาร พลเมืองดีผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่า ตอนเกิดเหตุตนเดินทางไปทำธุระใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าศรีเทพา จู่ ๆ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายคล้ายคนทะเลาะกัน เมื่อหันไปดูก็ต้องตกใจเมื่อพบวัยรุ่นทรงช่างประมาณ 3 คน ขี่จักรยานยนต์มา 2 คัน ชักอาวุธมีดเล่มยาววิ่งตรงดิ่งเข้าไปกระชากและรุมล้อมผู้โดยสารบนรถสองแถวสีส้ม ก่อนจะบุกขึ้นไปรุมแย่งชิงทรัพย์สินของน้องนักเรียน ประกอบด้วย แหวนประจำสถาบัน, จี้, สร้อยข้อมือ และเข็มขัดโรงเรียน ตนจึงตัดสินใจส่งเสียงตะโกนไล่และเรียกให้ชาวบ้านช่วยกันจับ ทำให้กลุ่มคนร้ายเกิดตื่นตระหนกตกใจรีบวิ่งขึ้นรถพยายามขี่หนี จนเกิดภาพพายเรือบกตกรถล้มหัวคะมำตามที่ปรากฏในคลิป ยืนยันพฤติกรรมเช่นนี้ไม่คุ้มค่าเลยเพราะเป็นการเอาอนาคตมาทิ้งในคุกเพื่อแลกกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น
