น้ำตาแม่วัย 73! ลูกเพิ่งพ้นคุกคดียา 9 ปี หวนค้ายานรกซ้ำ

สุดสะเทือนใจ แม่วัย 73 ปีร่ำไห้แทบขาดใจ หลังเห็นลูกชายที่เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดและใช้ชีวิตอิสระได้ไม่ถึงปี ถูกเจ้าหน้าที่บุกจับอีกครั้งพร้อมยาบ้าและยาไอซ์

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเขาฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่ทหาร และชุดปฏิบัติการพิเศษตำบลหนองหว้า เข้าตรวจสอบอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านเขาดิน หมู่ 8 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเข้าออกและมั่วสุมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตลอดทั้งวันและคืน

เมื่อเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบนายวัลลพ อายุ 44 ปี หรือ “ลพ เกตุจำปา” กำลังนั่งซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่ภายในอู่ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง รวม 213 เม็ด แบ่งเป็นยาบ้าสีแดง 211 เม็ด และสีเขียว 2 เม็ด พร้อมยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 1.3 กรัม

นายวัลลพรับสารภาพทันทีว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่หมู่ 22 ตำบลหนองหว้า โดยมีผู้นำชุมชนร่วมเป็นสักขีพยาน

น้ำตาแม่วัย 73! ลูกเพิ่งพ้นคุกคดียา 9 ปี หวนค้ายานรกซ้ำ

ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดจำนวนมาก ทั้งเครื่องชั่งดิจิทัล 2 เครื่อง ถุงซิปสำหรับแบ่งบรรจุยา 78 ถุง สมุดบันทึกบัญชีซื้อขายและยอดค้างค่ายาเสพติด 1 เล่ม รวมถึงอุปกรณ์สำหรับแบ่งยาไอซ์อีก 2 ชิ้น

จากการสอบสวน นายวัลลพยอมรับว่าเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ และเคยรับยาบ้ามากระจายให้ลูกค้าครั้งละมากกว่า 20,000 เม็ด แต่ก่อนถูกจับกุม ยาเสพติดส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายออกไปแล้ว เหลือเพียงยาบ้าและยาไอซ์บางส่วนที่กำลังเตรียมนำไปส่งให้ลูกค้า

ระหว่างการตรวจค้นบ้านพัก มารดาวัย 73 ปีของนายวัลลพถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ หลังทราบว่าลูกชายถูกจับในคดียาเสพติดอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดีเดียวกัน หลังถูกจำคุกนานถึง 9 ปี และกลับมาอยู่บ้านได้ไม่ถึงปี

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมผู้ต้องหาอีกราย คือ นายวิรัตน์ อายุ 38 ปี หรือ “เอ็ม” เจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบกำลังเดินออกจากบ้านพักข้างอู่พร้อมขวดเบียร์ในมือ และมีท่าทีพิรุธ

จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาบ้า 35 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.8 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีแดง นายวิรัตน์รับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ที่แจ้งเบาะแส เนื่องจากไม่ต้องการให้ชุมชนกลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่

น้ำตาแม่วัย 73! ลูกเพิ่งพ้นคุกคดียา 9 ปี หวนค้ายานรกซ้ำ