- 11 มิ.ย. 2569
สรุป #ศาลมีนบุรีที่เคารพรัก หลังสาวเจ้าของบ้านวีนแหลกตั้งแต่ตำรวจ ยัน นักข่าว จับต้นชนปลายแล้วอ๋อ ต้นเหตุเกิดจากสิ่งนี้
จากกรณีที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความต่อเนื่องพร้อมติดแฮชแท็ก #ศาลมีนบุรีที่เคารพรัก โดยอ้างว่าถูกคนในหมู่บ้านหรูกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนตัดสินใจถือไมโครโฟนเปิดลำโพงพูดประท้วงหน้าบ้าน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
เกี่ยวกับเรื่องนี้มีคลิปออกมาหลายตัวที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวมากมายหลายช่อง ทยอยเดินทางไปพบหญิงเจ้าของโพสต์ถึงหน้าบ้านพัก โดยเจ้าตัวยอมเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าตนเองกำลังเผชิญกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ และไม่อยากพบปะผู้คนในช่วงเวลานี้
หญิงรายดังกล่าวเปิดเผยว่า หากต้องการทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ขอให้เข้าไปอ่านรายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื่องจากได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เอาไว้ครบถ้วนแล้ว
เธอยืนยันว่าไม่เข้าใจว่าทำไมคนจำนวนมากในหมู่บ้านจึงมองว่าตนเป็นปัญหา จนทำให้ต้องออกมาประท้วงหน้าบ้านเพียงลำพัง พร้อมยอมรับว่าตั้งใจใช้ไมโครโฟนและเปิดลำโพงเสียงดังจริง เพราะต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจและความอัดอั้นที่สะสมมานาน
จุดเริ่มต้นของปัญหา ตามที่เธอเล่า เกิดจากการไปซื้อยาที่ร้านขายยาหน้าหมู่บ้าน แต่เภสัชกรไม่จ่ายยาให้และแนะนำให้ไปพบแพทย์ ทำให้รู้สึกว่าตนไม่ได้รับการบริการที่เหมาะสม
ต่อมามีเหตุการณ์สั่งซื้อน้ำดื่มจำนวน 20 แพ็กจากร้านค้าในหมู่บ้าน แต่ร้านค้าแจ้งว่าไม่สามารถจัดส่งได้เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน และเมื่อพร้อมส่งกลับแจ้งว่าสามารถส่งได้เพียง 10 แพ็กเท่านั้น ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบในฐานะผู้บริโภค
หญิงรายดังกล่าวระบุว่า เดิมทีตั้งใจสนับสนุนร้านค้าในหมู่บ้านแทนการสั่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก และต้องการดำเนินการทางกฎหมายกับร้านค้า
"ฉันเป็นลูกค้า จะมาทำแบบนี้ไม่ได้" หญิงรายดังกล่าวกล่าว พร้อมระบุว่า แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาเสนอช่วยประสานพูดคุย แต่ตนไม่ต้องการเจรจาแล้ว และต้องการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
เธอยังเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เป็นเรื่องที่สะสมมานานกว่า 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงที่แฟนของเธอยังอาศัยอยู่ด้วยกัน และยังมีรายละเอียดอีกหลายประเด็นที่ตนได้บันทึกไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว
ก่อนหน้านี้ คนในหมู่บ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานการณ์ โดยมีรายงานว่าไม่ได้ต้องการให้มีการจับกุมแต่อย่างใด แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลและประเมินสภาพจิตใจของหญิงรายดังกล่าว
ภายหลังมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน รวมถึงบุคลากรด้านสุขภาพจิต ลงพื้นที่เข้าพูดคุยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม หญิงเจ้าของโพสต์ยังคงยืนยันว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับโครงการหมู่บ้าน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
เธอทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถมองผู้คนรอบตัวในแง่ดีได้อีก และหวังว่ากระบวนการตรวจสอบต่าง ๆ จะช่วยให้ความจริงปรากฏในอนาคต
