- 12 มิ.ย. 2569
ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรีสนธิกำลังทหารและชุดปฏิบัติการพิเศษ บุกจับ "ต้องปลายนา" เอเย่นต์ยาบ้ารายสำคัญในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และ พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งการให้นายหมวดเอกธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอศรีประจันต์ ลงพื้นที่สืบสวนและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้เสพยาเสพติดรายหนึ่งและขยายผลจนทราบว่า ยาบ้าถูกซื้อจากนายสายชล หรือ “ต้องปลายนา” อายุ 47 ปี ชาวตำบลปลายนา อำเภอศรีประจันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานและนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพัก
ขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่พบนายสายชลกำลังนั่งอยู่กับภรรยาและลูกสาววัย 2 ขวบภายในห้องนอน เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ได้จำหน่ายยาเสพติดแล้ว และอ้างว่ามีเพียงการเสพเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นบริเวณเล้าไก่ชน พบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดและเครื่องเสียง แต่ไม่พบยาเสพติด
ระหว่างการตรวจค้น นายสายชลได้เรียกภรรยาให้โทรศัพท์หาญาติซึ่งเป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา หวังสร้างแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัวนายสายชล พบยาบ้าซุกอยู่ในซองสีน้ำเงินประมาณ 100 เม็ด เมื่อถูกสอบถาม เจ้าตัวยอมรับว่ายังมียาบ้าอีกหลายถุงซ่อนอยู่ จึงพาเจ้าหน้าที่ไปนำของกลางที่ซุกไว้ภายในกาต้มน้ำร้อนบนชั้นวางของหน้าบ้าน พบยาบ้าเพิ่มอีก 1,000 เม็ด รวมของกลางทั้งหมด 1,100 เม็ด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวน นายสายชลรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตน โดยรับซื้อมาจากชายชื่อ “กบ” ในพื้นที่ตำบลดอนปรู อำเภอศรีประจันต์ ในราคาถุงละ 1,500 บาท ก่อนนำมาขายต่อถุงละ 2,000 บาท การติดต่อซื้อขายใช้โปรแกรมไลน์ และใช้วิธีวางเงินกับรับยาในจุดนัดหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม
นายสายชลยังเปิดเผยว่า เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดจำนวน 50,000 เม็ด และต้องโทษจำคุกนาน 16 ปี ก่อนพ้นโทษเมื่อปี 2559 หลังออกจากเรือนจำได้กลับมาช่วยครอบครัวทำนา แต่ภายหลังเกิดความเครียดจากปัญหาชีวิตและพ่อที่ป่วย จึงกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้ง กระทั่งรู้จักกับเครือข่ายค้ายารายใหญ่และผันตัวมาจำหน่ายยาบ้าเพื่อหารายได้ โดยเฉพาะช่วงที่ภรรยาเพิ่งคลอดลูกและครอบครัวขาดสภาพคล่องทางการเงิน
ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถไปสอบสวนขยายผล นายสายชลได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าไปกอดลูกสาววัย 2 ขวบ ลาภรรยา และกราบเท้าขอโทษมารดาที่ชราภาพแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศสะเทือนใจ โดยมารดาได้กล่าวกับลูกชายว่า “แม่เคยเตือนแล้ว แต่ไม่ฟัง ก็ต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากเจ้าหน้าที่นำตัวนายสายชลมาถึงกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาสอบถามว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นบ้านหรือไม่ เนื่องจากในกลุ่มเครือข่ายมีการกระจายข่าวกันอย่างวุ่นวาย แต่นายสายชลยังคงปฏิเสธทางโทรศัพท์ว่าไม่ได้ถูกจับกุมและยังอยู่ที่บ้าน ก่อนที่ปลายสายจะวางสายไป
