ฝนแรกชุบชีวิตชายแดน! ชาวบ้านแห่จับอึ่งไข่ขาย กก.ละ 200 บาท

ฝนแรกของปีที่ตกหนักในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ ปลุกชีวิตธรรมชาติให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ชาวบ้านพากันออกจับอึ่งและกบขาย กก.ละ 200 บาท

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ภายหลังฝนตกหนักครั้งแรกของปีในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ บรรยากาศในหลายชุมชนกลับมาคึกคัก เมื่อชาวบ้านต่างพากันออกหาจับอึ่งและกบตามสวนยางพารา รวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อนำมาประกอบอาหารและจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านทับดัด หมู่ 8 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบชาวบ้านจำนวนมากนำอึ่งที่จับได้จากธรรมชาติมาคัดแยกและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูกาลของ “อึ่งไข่” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

นางสมร ลุสุข อายุ 53 ปี ชาวบ้านบ้านทับดัด เปิดเผยว่า หลังฝนตกหนัก อึ่งและกบจะออกมาหากินตามสวนยางพาราและแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ตนและคนในครอบครัวออกไปจับได้วันละประมาณ 7-8 กิโลกรัม

ฝนแรกชุบชีวิตชายแดน! ชาวบ้านแห่จับอึ่งไข่ขาย กก.ละ 200 บาท

นางสมรกล่าวว่า อึ่งไข่เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะมีรสชาติอร่อยและสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ปัจจุบันจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 200 บาท หรือแบ่งบรรจุถุงครึ่งกิโลกรัมขายถุงละ 100 บาท ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงต้นฤดูฝน

ขณะที่นางทด สิริดี อายุ 63 ปี ซึ่งรับอึ่งไปจำหน่ายต่อด้วยการปั่นจักรยานขายตามหมู่บ้านต่าง ๆ เปิดเผยว่า ในช่วงที่อึ่งออกจำนวนมากสามารถจำหน่ายได้ดี มีรายได้เฉลี่ยวันละกว่า 1,000 บาท และบางวันมีรายได้เกือบ 2,000 บาท ถือเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยพยุงครอบครัวในช่วงนี้

ฝนแรกชุบชีวิตชายแดน! ชาวบ้านแห่จับอึ่งไข่ขาย กก.ละ 200 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้ชาวบ้านจะมีรายได้จากการจำหน่ายอึ่ง แต่หลายคนยังคงกังวลต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนางทดเล่าว่า เมื่อวันก่อนยังได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดมาจากพื้นที่ชายแดน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่สบายใจ และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดอาจกลับมาเกิดขึ้นอีก

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวังว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายลงโดยเร็ว เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ท่ามกลางฤดูฝนที่กำลังเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น

ฝนแรกชุบชีวิตชายแดน! ชาวบ้านแห่จับอึ่งไข่ขาย กก.ละ 200 บาท