พ่อน้องน้ำหวาน สาวม.6 พูดกับ ดักทำร้ายลูกสาวจนถึงแก่ชีวิต

เข้าใจหัวอก พ่อน้องน้ำหวาน นักเรียนหญิงชั้น ม.6 พูดกับ ดักทำร้ายลูกสาวจนถึงแก่ชีวิต ชาวเน็ตนับถือหัวใจที่พ่อไม่ลงไม้ลงมือ

เหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดอุทัยธานี กรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.6 วัย 17 ปี ถูกคนร้ายดักทำร้ายระหว่างขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ล่าสุดตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มารอเฝ้าดูเหตุการณ์และเรียกร้องให้ลงโทษอย่างถึงที่สุด

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมี พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี ควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง พร้อมระดมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนและหน่วยคอมมานโดกว่า 50 นาย ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังมีประชาชนกว่า 300 คน เดินทางมารวมตัวบริเวณจุดทำแผน

 

ก่อนเริ่มการทำแผน พล.ต.ต.วรวัฒน์ ได้ขอความร่วมมือชาวบ้านไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหา พร้อมย้ำว่าการทำแผนเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้การดำเนินคดีมีความสมบูรณ์และสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างถึงที่สุด

 

ตลอดการทำแผน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชาวบ้านจำนวนมากต่างตะโกนด่าทอผู้ต้องหา พร้อมเรียกร้องให้มีการลงโทษประหารชีวิต ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเปิดใจทั้งน้ำตา ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินกว่ามนุษย์จะทำกันได้ พร้อมกล่าวว่า “โทษของผู้ต้องหาคือตายอย่างเดียว อย่าให้เขาได้รับโทษอย่างอื่นเลย ให้ตายตกไปตามกัน”

 

ขณะที่เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า น้องน้ำหวานเป็นเด็กขยันและมีความกตัญญู มักช่วยน้าและยายทำงานในวันหยุดอยู่เสมอ จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าเช่นนี้

 

ต่อมา พล.ต.ต.วรวัฒน์ พร้อมด้วย นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกันแถลงความคืบหน้าของคดี โดยมีบิดาของผู้เสียชีวิต บิดาของผู้ต้องหา และตัวผู้ต้องหาเข้าร่วมรับฟังการแถลงด้วย
 

พ่อน้องน้ำหวาน สาวม.6 พูดกับ ดักทำร้ายลูกสาวจนถึงแก่ชีวิต

จากการสืบสวนพบว่า เช้าวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 06:00 น. น้องน้ำหวานกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนตามปกติ ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุได้ดักซุ่มรออยู่ริมทาง เมื่อสบโอกาสจึงพุ่งเข้าใส่จนรถจักรยานยนต์ล้ม ก่อนใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายและลากผู้เสียชีวิตเข้าไปข้างทาง จากนั้นใช้มีดแทงซ้ำบริเวณสำคัญอีกหลายครั้ง

 

บิดาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงลูกสาวร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบขับรถออกไปดู ก่อนพบลูกสาววิ่งเข้ามาหาพร้อมพูดว่า “ช่วยหนูด้วย หนูโดนแทง” ก่อนถูกนำตัวส่งสถานพยาบาล แต่เนื่องจากบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะ แขน และหน้าอก ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนสามารถจับกุมนายเอี้ยงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ ทั้งรองเท้าที่ตกในที่เกิดเหตุ เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ ถุงมือเปื้อนเลือด และเชือกคล้องกุญแจที่มีคราบเลือดติดอยู่

 

ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การวกวนในช่วงแรก แต่ภายหลังยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีเจตนาจะข่มขืนผู้เสียชีวิต ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกเหยื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายเอี้ยงได้ยกมือไหว้และก้มกราบขอขมาบิดาของผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้กล่าวคำใด ขณะที่พ่อของน้องน้ำหวานตอบกลับเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอให้มึงตายในคุก” ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

 

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากตำรวจเปิดเผยว่า ประเด็นการใช้สารเสพติดในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่าผู้ต้องหาเสพยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่บิดาของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ลูกชายมีอาการสติไม่สมประกอบมาตั้งแต่วัยเด็ก แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ตาม

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้และควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากครอบครัวผู้เสียชีวิตและชาวบ้านที่ต้องการให้ได้รับโทษสูงสุดจากการก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้

พ่อน้องน้ำหวาน สาวม.6 พูดกับ ดักทำร้ายลูกสาวจนถึงแก่ชีวิต

ภาพจาก มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี