- 16 มิ.ย. 2569
"อาจารย์ช้าง" สรุปอุทาหรณ์คดี ตชด. ลั่นไกดับ วินมอเตอร์ไซค์ เงินร้อยเดียว...แลกด้วยชีวิต? ก่อนจะพกอาวุธ. จงพกสติ ให้มั่นคงกว่าอาวุธในมือ
พ.ต.ท.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชยากุล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ อาจารย์ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี ส.ต.อ.นำทัพ สังกัดตํารวจตะเวนชายแดน (ตชด.) ลั่นไกดับวินมอเตอร์ไซค์ย่านซอยประชาสงเคราะห์ 38 เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 1 ราย ด้วยข้อความว่า เงินร้อยเดียว... แลกด้วยชีวิต? สรุปอุทาหรณ์คดี ตชด. กราดยิงวิน จยย.
จากข่าวสะเทือนขวัญที่ซอยประชาสงเคราะห์ 38 เมื่อเจ้าหน้าที่ ตชด. ทะเลาะกับวินมอเตอร์ไซค์เรื่องค่าโดยสารแค่ 120 บาท แต่บานปลายถึงขั้นชักปืนกราดยิง จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย... คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องทะเลาะวิวาทธรรมดา แต่มันสะเทือนใจและให้บทเรียนกับสังคมไทยอย่างรุนแรงใน 3 เรื่องนี้ครับ
1. "อารมณ์ชั่ววูบ" ที่มี "อาวุธปืน" อยู่ในมือ = หายนะ
ความโกรธเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ถ้าในมือกำปืนอยู่ ความโกรธนั้นจะเปลี่ยนเป็น "ความตาย" ได้ในเสี้ยววินาที คดีนี้เตือนสติเราว่า ต่อให้โกรธแค่ไหน ถ้าไม่มีอาวุธ อย่างมากก็แค่ปากเสียงหรือชกต่อย แต่พอมีปืน... เรื่องเล็กจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้อีกเลย
2. ปืนไม่ได้ทำให้ใคร "เหนือ" กว่าใคร
ค่านิยมผิด ๆ ในสังคมไทยที่มองว่าการพกปืน มีสี มีเครื่องแบบ แล้วจะสามารถใช้อำนาจข่มขู่คนอื่นได้ เป็นสิ่งอันตรายมาก สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะมียศใหญ่โตแค่ไหน หรือเป็นใคร ถ้าคุมสติไม่ได้ ปืนกระบอกเดียวกันนั้นก็จะพาวิ่งเข้าคุก และทำลายอนาคตตัวเองอยู่ดี
3. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องเท่ากัน
ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน การใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาไม่ใช่ทางออก และกฎหมายต้องลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการยกเว้นว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อคืนความยุติธรรมให้ผู้สูญเสีย
- ฝากไว้ให้คิด
"ก่อนจะพกอาวุธ... จงพก ‘สติ’ ให้มั่นคงกว่าอาวุธในมือ"
ใจเย็นลงสักนิด ถอยคนละก้าว ไม่มีเงินจำนวนไหน หรือศักดิ์ศรีจอมปลอมแบบไหน ที่คุ้มค่าพอจะแลกกับการติดคุกตลอดชีวิต หรือการต้องไปพรากชีวิตของคนอื่น
ในเรื่องเหตุผลที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้คงจะต้องฟังความจริงให้รอบด้านก่อนจะตัดสินว่าใครคือต้นเหตุของปัญหา
แต่ในทางกฎหมาย ก็ต้องแยกกรณีการกระทำ เป็นแต่ละกรรม ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บค่าโดยสารอย่างไม่เป็นธรรม การทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกาย การใช้อาวุธปืน
ซึ่งก็คงจะต้องให้ทางฝ่ายผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
แต่ในส่วนของ ประชาชนทุกคนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะนำมาศึกษาเป็นอุทาหรณ์เพื่อเตือนสติ ในการระงับยับยั้งอารมณ์ความโกรธ เพราะท้ายที่สุด ทั้งทางฝ่ายครอบครัวของพี่วินมอเตอร์ไซค์และฝ่ายตำรวจผู้ก่อเหตุ ต่างก็ต้องสูญเสีย หากย้อนเวลากลับไปได้คงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแน่นอนครับ
หากการแสดงความคิดเห็นในมุมมองส่วนตัวของผม อาจไม่เป็นที่ถูกใจใครก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ อย่างน้อยก็เป็นจุดยืนอย่างหนึ่งของผมที่ไม่สนับสนุนความรุนแรงใดๆทั้งสิ้น ผิดถูกว่ากันที่กระบวนการยุติธรรม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
