- 16 มิ.ย. 2569
ขนลุกคำสารภาพ มือหมกร่างพ่อค้าหนุ่มยัดลัง อ้างทำพิธีสะกดวิญญาณก่อนยกเค้าบ้านผู้เสียชีวิต แค้นโดนด่าพ่อแม่
จากคดีสะเทือนขวัญพบศพพ่อค้าหนุ่มถูกยัดใส่ลังพลาสติกฝังดินอำพรางคดีภายในบ้านพักย่านดอนเมือง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ครบทั้ง 3 รายแล้ว โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ พร้อมพฤติการณ์สุดหลอน
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.สุชัย สุระเสียง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกฆาตกรรมภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านย่านถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ
ภายในห้องชั้น 2 ของบ้าน เจ้าหน้าที่พบลังพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่ถูกฝังอยู่ในกระบะดิน เมื่อตรวจสอบภายในพบศพนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือ "นายโป๊ย" อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน สภาพถูกจับให้นั่งก้มหน้าอยู่ภายในลัง มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก 1 แผล ขณะที่รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินบางส่วนของผู้เสียชีวิตหายไป
จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เวลาประมาณ 11.17 น. ผู้ตายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่า นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Nixon สีทอง ได้สูญหายไปจากบ้านพัก และสงสัยว่ารุ่นน้องคนสนิทจะเป็นผู้นำไป พร้อมทั้งเชื่อว่ามีความพยายามเข้าใช้งานโทรศัพท์มือถือของตน
ต่อมาในคืนวันเดียวกัน เวลาประมาณ 22.00-23.00 น. มีรายงานเหตุทะเลาะวิวาทภายในหมู่บ้าน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คนได้เดินทางมาพบผู้ตายเพื่อพูดคุยเคลียร์ปัญหาเรื่องนาฬิกาที่สูญหาย แต่เหตุการณ์กลับบานปลายจนกลายเป็นเหตุฆาตกรรม
หลังพบศพ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งระดมกำลังฝ่ายสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี โดยตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดและการใช้งานเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิต กระทั่งพบการโต้ตอบในลักษณะทะเลาะวิวาทกับบุคคลต้องสงสัย ก่อนเชื่อมโยงไปยังผู้ก่อเหตุ
ช่วงบ่ายวันที่ 15 มิถุนายน ชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นบ้านของนายธนัท อายุ 24 ปี ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง พบเสื้อผ้าที่มีคราบคล้ายเลือด 2 ชุด และบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต จึงเชิญตัวมาสอบสวน
นายธนัทให้ข้อมูลว่า ตนถูกผู้ตายกล่าวหาว่าขโมยนาฬิกา จึงนำเรื่องไปเล่าให้นายศุภกร อายุ 27 ปี และนายชยพล อายุ 27 ปี ฟัง ก่อนชักชวนกันไปพบผู้ตายที่บ้านเพื่อเคลียร์ปัญหา
ต่อมา ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ระหว่างการสอบสวน นายศุภกร ผู้รับว่าเป็นผู้ลงมือแทงผู้ตาย ให้การว่า เดินทางไปบ้านผู้ตายเพื่อพูดคุยเรื่องนาฬิกาที่สูญหาย แต่ระหว่างพูดคุยเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ตายใช้ถ้อยคำดูหมิ่นและด่าทอบุพการีของตน จึงเกิดความโมโหและใช้ของมีคมแทงผู้ตายจนเสียชีวิต
หลังจากก่อเหตุ นายศุภกรอ้างว่าได้นำร่างผู้ตายใส่ลังพลาสติกและยกขึ้นไปฝังอำพรางไว้ในกระบะดินบนชั้น 2 ของบ้านเพียงคนเดียว พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณ ก่อนทยอยขนทรัพย์สินภายในบ้านออกไปหลายรายการ อาทิ โทรทัศน์ 3 เครื่อง พระเครื่องหลายองค์ พัดลม โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ และต้นกัญชา 2 ต้น
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า หลังลงมือก่อเหตุได้ถอดเหรียญพระของผู้ตายที่ตนศรัทธาออกจากสร้อยคอผู้เสียชีวิต แล้วนำมาคล้องไว้กับสร้อยของตนเอง โดยขณะถูกจับกุมยังคงสวมเหรียญดังกล่าวติดตัวอยู่
เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
