ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้างยโสธร ลอบต่อไฟตรงไม่ผ่านมิเตอร์ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน เช็กบิลค่าไฟเจอจ่ายแค่ 8 บาท ตร.รู้ตัวผู้เช่าเร่งล่าตัวข้อหาลักทรัพย์

ยโสธร (19 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุจับกุมคดีเทคโนโลยีครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดยโสธร เมื่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร นำโดย พ.ต.อ.ภูมิ ทองโพธิ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ยโสธร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร และกองพิสูจน์หลักฐาน บุกเข้าตรวจสอบตึกแถวร้างเลขที่ 223 หมู่ 8 บ้านศาลาแดง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบโจรกรรมกระแสไฟฟ้าหลวงมาใช้ในธุรกิจมืด

 

จากการเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ดังกล่าว พบเป็นตึกร้างไม่มีผู้อาศัยอยู่ ทว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้น 2 กลับต้องผงะเมื่อพบเครื่องขุดสกุลเงินดิจิทัล (บิตคอยน์) จำนวน 18 เครื่อง กำลังเปิดระบบทำงานส่งเสียงดังสนั่นอยู่ภายในตู้เก็บเสียงที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นอย่างดีเพื่อพรางตาและตบตาชาวบ้านในละแวกนั้น นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์สุดแสบ โดยมีการดัดแปลงโครงสร้างอาคารเพื่อปิดบังการต่อสายไฟตรงจากแนวสายไฟฟ้าแรงสูงหน้าตึก ลากตัดตรงเข้าสู่ตัวเครื่องขุดโดยตรงโดยไม่ผ่านมิเตอร์วัดไฟของการไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ค่าไฟของห้องดังกล่าวกลับพบว่ามียอดเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่เพียงแค่ 8 บาทเท่านั้น

 

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทางด้าน นายปรีชา จันทร์เทศ วิศวกรไฟฟ้า เขต 2 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ชนวนเหตุของการจับกุมครั้งนี้เกิดจากการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยโสธร ตรวจพบระบบความผิดปกติของหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งมีการจ่ายกระแสไฟสูงเกินกว่าปกติอย่างมาก และปริมาณไฟฟ้าเข้า-ออกไม่สอดคล้องกัน เมื่อส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคลงสำรวจเชิงลึกพบว่ากระแสไฟส่วนใหญ่ถูกดึงเข้าไปที่ตึกร้างแห่งนี้ จึงประสานตำรวจขอหมายค้นเข้าตรวจสอบทันที ทั้งนี้เครื่องขุดบิตคอยน์เป็นอุปกรณ์ที่กินกระแสไฟสูงมาก คาดว่าเหมืองเถื่อนแห่งนี้สร้างความเสียหายให้แก่การไฟฟ้าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200,000 บาท และคาดว่าน่าจะแอบลักลอบทำมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาแล้ว

 

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิ ทองโพธิ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ยโสธร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดเครื่องบิตคอยน์และอุปกรณ์ดัดแปลงทั้งหมด 18 จุดไว้เป็นของกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานและรอยนิ้วมือแฝง ล่าสุดทางชุดสืบสวนรู้ตัวบุคคลผู้เช่าตึกแถวรายนี้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยทางวินิจฉัยของการไฟฟ้าจะเป็นผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหา “ลักทรัพย์” (ลักกระแสไฟหลวง) ซึ่งถือเป็นกรณีแรกที่มีการจับกุมเหมืองบิตคอยน์เถื่อนในจังหวัดยโสธร และจะเร่งขยายผลหาเพื่อนร่วมขบวนการหรือนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป

 

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน

ทลายเหมืองบิตคอยน์ซุกตึกร้าง ลักไฟหลวง ทำรัฐสูญเดือนละ 2 แสน