ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น

ว่าแล้วทำไมสังคมแบ่งเป็น 2 ฝ่าย เหตุการณ์แท้จริงวันเกิดเหตุ ขนาด ชณทัต ลุยครับ - เอก สายไหมต้องรอด ยังถกกันสนั่นกลางรายการ

จับตากันอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีข้อถกเถียงกันระหว่าง ส.ต.อ.นำทัพ ตำรวจตระเวนชายแดน และ วินมอเตอร์ไซค์ห้วยขวาง และสังคมได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตจากภาพกล้องวงจรปิดว่าฝั่งวินเป็นฝ่ายไปยั่วโมโห ไปทำร้าย หรือไปรุมผู้ก่อเหตุก่อนหรือไม่ จนทำให้ ตชด. ตัดสินใจก่อเหตุ ในขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุผ่านการฝึกฝนมาแต่กลับเดินตามไปซ้ำทั้งที่อีกฝ่ายหันหลังหนีแล้ว

 

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น

โดยในรายการโหนกระแสล่าสุด แต ภรรยาของผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการเรียกร้องสิทธิ์ให้กับครอบครัว เนื่องจากถูกสังคมโจมตีอย่างหนัก เธอจึงไปปรึกษา นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจ ชณทัต ลุยครับ เพื่อขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด ที่ก่อนหน้านี้ได้รับปากว่าจะส่งทนายไปช่วย ตชด. และทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ มาร่วมพูดคุยถึงแง่มุมทางกฎหมาย

 

แต ภรรยาของบอลวินเบอร์ 86 ผู้เสียชีวิต เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ ส.ต.อ.นำทัพ เดินทางมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ฝ่ายหญิงได้เรียกวินอีกคันให้ไปส่งก่อนแล้ว จึงเหลือเพียงส.ต.อ.นำทัพ คนเดียวที่ต้องการจะไปมักกะสัน เขาได้เรียกวิน เบอร์ 28 และมีการต่อรองราคาค่าโดยสารจาก 120 บาท เหลือ 60 บาท ซึ่ง ภรรยายืนยันว่าปกติวินแถวนี้ก็วิ่งกันราคานี้อยู่แล้ว

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น

หลังจากนั้น ส.ต.อ.นำทัพ ได้พูดจาในลักษณะที่ไม่ดีใส่วินเบอร์ 28 เกี่ยวกับเรื่องราคาที่แพงเกินไป นายบอล จึงเดินเข้าไปบอกว่า ถ้าแพงก็ให้ไปนั่งแท็กซี่แทน และบอกให้ ส.ต.อ.นำทัพ ออกไปจากพื้นที่ เพราะคนอื่นเขาจะทำมาหากินกัน เนื่องจาก ส.ต.อ.นำทัพ ยังคงวนเวียนพูดจาไม่ดีใส่วินเบอร์ 28 ไม่หยุด

 

ต่อมา ส.ต.อ.นำทัพ ได้เดินขึ้นไปบนฟุตบาทและไปยืนเกาะราวเหล็กมองลงมาที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ในขณะที่ ภรรยานายบอล นั่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เห็นว่า ส.ต.อ.นำทัพ มีการกดโทรศัพท์และหันมามองสามีของเธอตลอดเวลา เธอจึงตะโกนเตือนสามีว่าอย่าหันหลังให้ เพราะมีความรู้สึกว่าผู้ก่อเหตุจะเข้าชาร์จสามีเธอตลอดเวลา

 

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น

เมื่อ ส.ต.อ.นำทัพ ค่อย ๆ เดินย้อนกลับมา นายบอลจึงลุกขึ้นไปถามว่าทำไมยังไม่ไปอีก และทำไมต้องมาด่ากัน แต อ้างว่าส.ต.อ.นำทัพ ได้ด่าสวนกลับมาว่านายบอลว่า “กวนตีน” และมีการให้ของลับใส่ นายบอล ด้วยความโมโห นายบอลจึงตัดสินใจถีบเข้าที่ช่วงท้องของ ส.ต.อ.นำทัพ ไป 1 ครั้ง ในจังหวะนั้น นายบอย ซึ่งเป็นวินอีกคนหนึ่ง เพิ่งกลับมาจากการส่งของพอดี 


เมื่อเห็นว่านายบอลกำลังมีเรื่องจึงวิ่งเข้ามาช่วย นายบอยพยายามจะเตะคุณนำทัพแต่ไม่โดน แตยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นการรุม เพราะสามีของเธอเดินตามไปช้า ๆ ไม่ได้วิ่งเข้าใส่ และมีคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นพยายามจะห้ามปรามแล้ว แต่เมื่อ ส.ต.อ.นำทัพ ตั้งหลักได้ เขาก็ชักอาวุธปืนออกมา แตเห็นไฟกระจายออกมา เขาเริ่มยิงใส่ขาของนายบอยในขณะที่นายบอยกำลังจะหันหลังหนี จากนั้นก็หันมายิงนายบอลจนล้มลง หลังจากนั้น ส.ต.อ.นำทัพ ยังวิ่งตามไปยิงซ้ำใส่นายบอย และย้อนกลับมาเดินเข้าไปยิงซ้ำใส่นายบอลอีกหนึ่งรอบ

 

ขณะที่ นายชณทัต ให้ข้อมูลเสริมว่า เขามีคลิปเสียงที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ซึ่งจะช่วยพิสูจน์ได้ว่าฝั่งวินไม่ได้ต้องการมีเรื่อง แต่ฝั่ง ตชด. เป็นคนเริ่มต้นยั่วยุก่อน เมื่อมีการเปิดคลิปเสียงในรายการ ได้ยินเสียงบทสนทนาที่กลุ่มวินพูดกันประมาณว่า "เปิดก่อนเลย เดี๋ยวตาม" แต่มีเสียงที่บอกว่า "อย่า เดี๋ยววินจะเสีย เดี๋ยวถูกร้องเรียน" ซึ่งทาง แต ยืนยันว่าเสียงที่ห้ามนั้นคือเสียงของสามีเธอ

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น

นายชณทัต ให้ความเห็นทางด้านกฎหมายว่า แม้จะมีการถูกทำร้ายก่อน แต่กฎหมายอนุญาตให้ป้องกันตัวได้เพียงพอสมควรแก่เหตุเท่านั้น ไม่ใช่การยิงจนหมดแม็ก เขาเปรียบเทียบว่าหากโดนถีบเพียงครั้งเดียวจะยิงอีกฝ่ายให้ตายเลยไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หาก ส.ต.อ.นำทัพ ควักปืนออกมาแล้วประกาศตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้หยุด เหตุการณ์อาจไม่บานปลาย และยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความมึนเมา 


โดยอ้างข้อมูลจากบุคคลหนึ่งว่า มีวินได้กลิ่นแอลกอฮอล์จาก ส.ต.อ.นำทัพ และเพิ่งทะเลาะกับแฟนสาวมา ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด ซึ่งข้อมูลนี้สำคัญต่อการสืบสวน พนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานจากร้านอาหารหรือพยานแวดล้อมครบถ้วนหรือไม่ พร้อมทั้งเผยว่าตอนนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเครียดมาก

 

แต่ นายเอกภพ จากสายไหมต้องรอด ให้มุมมองที่ต่างออกไปหลังจากฟังคลิปเสียง โดยเขาระบุว่าคำพูดที่ว่า เปิดก่อนเลย เดี๋ยวตาม แสดงถึงเจตนาที่จะรุมทำร้ายอยู่แล้ว ก่อนที่จะตั้งคำถามว่า เมื่อมีการถีบครั้งแรกแล้ว ทำไมคนอื่น ๆ ถึงไม่ช่วยกันห้าม แต่กลับมีอีกคนเข้าไปเตะซ้ำที่ใบหน้า แต่ ตชด. เค้าหลบเลยโดนไหล่ ซึ่งจากการคุยกับพ่อของ ตชด. พบว่า เขามีรอยเขียวช้ำที่หน้าอกและไหล่ มีการตรวจร่างกาย 


พฤติกรรมลักษณะนี้ นายเอกภพ มองว่าเข้าข่ายการข่มเหงรังแกอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การบันดาลโทสะได้ เขาตั้งข้อสังเกตว่า หากวันนั้น ตชด. ไม่มีอาวุธปืน เขาอาจจะถูกรุมจนจมฝุ่นไปแล้ว

 

 ส่วนประเด็นเรื่องความมึนเมาที่คุนายชณทัตตั้งข้อสังเกตนั้น นายเอกภพมีความเห็นแย้งว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะไม่เมา เพราะเมื่อโดนถีบจนร่วงแล้วเขาสามารถลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคนเมาปกติจะมีการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่านี้ นายเอกภพยังชี้ให้เห็นภาพในวิดีโอว่า หลังจากวินถีบและเตะแล้ว เมื่อผู้ก่อเหตุกำลังวิ่งหนี ฝั่งวินยังคงวิ่งตามไปอีก ซึ่งเขามองว่าหากไม่วิ่งตาม เหตุการณ์อาจจะไม่จบลงแบบนี้

 

ทั้งนี้ นายชณทัต ได้แย้งว่า แม้จะมีการวิ่งตาม แต่ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ช้า และเมื่อผู้ก่อเหตุตั้งหลักได้ ฝั่งวินก็ได้เริ่มหนีกลับแล้ว แต่ ส.ต.อ.นำทัพ กลับยิงใส่คุณบอลถึง 9 - 10 นัด จากทั้งหมด 17 นัด ซึ่งนี่เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุตามกรอบของกฎหมาย

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น


ก่อนที่ หนุ่ม กรรชัย เริ่มต้นช่วงนี้โดยการระบุว่าในตอนนี้สังคมมองเรื่องของส.ต.อ.นำทัพ ตชด. ผู้ก่อเหตุ ว่าเป็นการกระทำเพื่อปกป้องตัวเอง ซึ่ง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้กล่าวเสริมว่าตนเองได้พูดคุยกับทางคุณพ่อของผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันแรกว่าหากขาดเหลือสิ่งใดให้บอก และได้ให้ทนายความเข้าไปดูแลเพราะมองว่าในสังคมไม่ควรมีใครมีสิทธิ์ไปทำร้ายคนอื่นก่อน 


นายเอกภพย้ำว่าการโต้เถียงกันหรือการต่อรองราคาวินมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่เมื่อมีการใช้ความรุนแรง เช่น การตีก่อน การถีบ หรือการทำร้ายร่างกาย โอกาสที่อีกฝ่ายจะตอบโต้เพื่อป้องกันตัวย่อมเกิดขึ้นได้ และเขายังตั้งข้อสังเกตว่าหากวันนั้นผู้ถูกกระทำไม่ใช่ ตชด. แต่เป็นชาวบ้านธรรมดา ก็อาจจะถูกรุมจนน่วมไปแล้ว

 

ขณะที่ทางเพจดาวแปดแฉกได้โพสต์ข้อความระบุว่า ฝั่งพี่วินตั้งคำถามว่า ในเมื่อพวกตนวิ่งหนีแล้ว ทำไม ตชด. ถึงต้องตามไปยิง แต่ในมุมของ ตชด. ก็ตั้งคำถามกลับว่า ถ้าฝั่งวินไม่เริ่มถีบก่อน เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้น

 

ซึ่งประเด็นเรื่องการถีบนั้น นายชณทัต อธิบายว่ามันมีจุดชนวนมาจากการให้ของลับกันบนถนน พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่กว้าง ไม่ใช่พื้นที่แคบ หาก ส.ต.อ.นำทัพ เลือกที่จะแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มวินก็น่าจะหวาดกลัวและสลายตัวไปเอง เขาจึงตั้งคำถามถึงจิตใต้สำนึกหรือสภาพจิตใจของผู้ก่อเหตุในขณะนั้น ว่ามีความผิดปกติหรือมีอาการมึนเมาหรือไม่ เพราะถ้าคนที่มีสติปกติและไม่เมาก็ย่อมไม่อยากปะทะ เพียงแค่เรื่องเงิน 60 บาทที่ไม่ลงตัวก็ควรจะเดินหนีไป

 

นอกจากนี้ นายชณทัต ยังได้พูดถึงผลกระทบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ลูกคนเล็กของผู้เสียชีวิตเพิ่งสอบชิงทุนไปเรียนที่อเมริกาได้ แต่ตอนนี้เสาหลักของบ้านเสียชีวิตไปแล้วจะหาเงินที่ไหนส่งเสีย ขณะที่ แต ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยความอัดอั้นว่า ที่เธอออกมาร้องขอความเป็นธรรมเพราะตอนนี้สังคมตัดสินไปแล้วว่าฝั่งเธอเป็นฝ่ายผิดและเริ่มก่อน เธอเพียงอยากให้สังคมมองในมุมที่กว้างขึ้นบ้าง

 

นายชณทัตเสริมว่า ตอนนี้ครอบครัวบอบช้ำมาก เพราะถูกศาลโซเชียลตัดสินไปแล้ว แม้แต่คนที่เข้ามาช่วยเหลือก็ถูกด่าและมีข้อความข่มขู่ส่งมานับร้อย เขายืนยันว่า แตไม่ได้บอกว่าสามีถูก 100% และยอมรับในจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ แต่เธอคือผู้สูญเสียเสาหลัก สูญเสียทั้งสามีและพ่อของลูก ในขณะที่ นายบอลก็ได้พูดในคลิปเสียงว่า ไม่อยากมีปัญหาเพราะกลัววินจะเสีย

 

ในประเด็นเรื่องการให้ของลับ นายเอกภพระบุว่า เขาไม่เชื่อว่า ตชด. จะเป็นคนเริ่มให้ของลับก่อน เพราะถ้ามีหลักฐานจริงก็ควรจะปรากฏในคลิปไปแล้ว เขาจึงมองว่าฝั่งวินน่าจะเกิดความย่ามใจเพราะอยู่ในพื้นที่ของตัวเองและมีพวกมากกว่า ซึ่งนอกจากจะถีบแล้วยังมีอีกคนที่พยายามเข้าไปเตะที่หน้าด้วย จากภาพวงจรปิดในจังหวะที่ ตชด. หันกลับมายิง เป็นเพราะเขารู้สึกว่าภัยมาถึงตัวเนื่องจากถูกรุม ซึ่งในนัดแรกเขาได้ยิงกดต่ำไปที่ขาก่อน แต่เมื่ออีกฝ่ายยังไม่หยุดเดินเข้ามา เขาจึงต้องยิงเพื่อป้องกันตัว

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น


ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ วิเคราะห์สถานการณ์ว่า ตอนนี้เป็นการเถียงกันของคนสองกลุ่มในโซเชียล ซึ่งต้องแยกอารมณ์ออกจากข้อเท็จจริง ตอนนี้วินมอเตอร์ไซค์กลายเป็นจำเลยของสังคมเพราะคนมองว่าไปถีบเขาก่อน และสังคมกำลังตั้งคำถามว่า ถ้าไม่เริ่มใช้ความรุนแรงเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ไหม 

 

ในมุมของกฎหมาย ทนายไพศาลชี้ว่า การป้องกันตัวต้องกระทำพอสมควรแก่เหตุ แต่ในกรณีนี้ ตชด. วิ่งหนีไปแล้วประมาณ 10 เมตรแต่หันหลังกลับมายิง ซึ่งอาจมองได้ว่าเกิดจากบันดาลโทสะเพราะความโกรธแค้นจากการถูกท้าทาย

 

ฝากเตือนวินมอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศว่า อาชีพบริการต้องมีสติ อย่ารวมกลุ่มกันหาเรื่องผู้โดยสาร เพราะไม่รู้ว่าใครพกอาวุธหรือเป็นเจ้าหน้าที่ หากไปเปิดเขาก่อนแล้วโดนยิงกลับมา สังคมจะมองทันทีว่าสมควรได้รับผลเช่นนั้น


ในขณะเดียวกันก็มองว่า ตชด. คิดน้อยไป และไม่ควรพกปืนในที่สาธารณะเพราะทำให้ใจร้อน จนสุดท้ายต้องมาเครียดและหมดอนาคตทั้งคู่

ชัดๆ ฟังวิน พูดว่าอะไรบ้าง ถึงว่า ชณทัต - เอก สายไหม ยังถกกันสนั่น