กทม. สั่งปูพรมทุกเขต เนรมิต "สายน้ำรัตนโกสินทร์" รับมหามงคล 28 ก.ค.

กทม. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ปลุก "สายน้ำรัตนโกสินทร์’" เตรียมงานเฉลิมพระเกียรติ 28 ก.ค. เชื่อมคลองประวัติศาสตร์ทั่วกรุง

กทม. สั่งปูพรมทุกเขต เนรมิต "สายน้ำรัตนโกสินทร์" รับมหามงคล 28 ก.ค.

 

(22 มิ.ย. 69) เวลา 07.00 น.  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมคณะ พลตรีปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระองค์ฯ โครงการพระราชดำริ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองบางลำพู คลองชั้นใน และการจัดระเบียบพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน เพื่อสำรวจความพร้อมของพื้นที่และหารือแนวทางการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยคณะได้ร่วมรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ณ พิพิธบางลำพู ก่อนลงเรือสำรวจคลองบางลำพู และตรวจเยี่ยมการจัดระเบียบพื้นที่บริเวณคลองหลอดด้านหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ รวมถึงติดตามสภาพแวดล้อมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่โดยรอบ

 

กทม. สั่งปูพรม 50 เขต เนรมิต สายน้ำรัตนโกสินทร์ คืนชีพคลองประวัติศาสตร์ใสสะอาด รับงานใหญ่ 28 ก.ค. นี้

กทม. สั่งปูพรม 50 เขต เนรมิต สายน้ำรัตนโกสินทร์ คืนชีพคลองประวัติศาสตร์ใสสะอาด รับงานใหญ่ 28 ก.ค. นี้

 

จากนั้นเดินทางมายังห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การบริหารจัดการพื้นที่คลองหลอดและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์และคลองหลอด ตลอดจนการนำเสนอรูปแบบการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมี นายไทวุฒิ ขันแก้ว นายจิระเดช กรุณกฤตกุล รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักพัฒนาสังคม หน่วยงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมคณะ

 

กทม. สั่งปูพรม 50 เขต เนรมิต สายน้ำรัตนโกสินทร์ คืนชีพคลองประวัติศาสตร์ใสสะอาด รับงานใหญ่ 28 ก.ค. นี้

พลตรีปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระองค์ฯ โครงการพระราชดำริ กล่าวว่า การหารือในวันนี้ไม่ใช่การประชุมอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมสำรวจพื้นที่และแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเดือนกรกฎาคม โดยมีเป้าหมายสำคัญไม่เพียงเพื่อถวายพระเกียรติเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและชุมชนริมคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง

 

แนวทางการจัดงานในครั้งนี้จะต่อยอดจากความสำเร็จของกิจกรรม “คนไทย คลองเปรม สายน้ำเดียวกัน” โดยเพิ่มจุดจัดพิธีบิณฑบาตทางน้ำและจำนวนพระสงฆ์ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมพัฒนาพื้นที่ตลอดแนวคลอง อาทิ การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว การปรับปรุงภูมิทัศน์ การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และการจัดบูทบริการประชาชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดง อาทิ รถเก็บขยะพลังงานไฟฟ้า รถขนขยะสำหรับพื้นที่ชุมชนและตรอกซอยแคบ รวมถึงยานพาหนะไฟฟ้าที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

ภายในงานจะเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากโรงเรียนและชุมชนต่าง ๆ ร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจและความเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน ขณะเดียวกันจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างสีสันให้กับกิจกรรม ในส่วนของกิจกรรมทางศาสนา จะมีการเจริญพระพุทธมนต์ ทำวัตร และถวายพระพรในวัดต่าง ๆ ตลอดแนวคลอง พร้อมทั้งมีแนวคิดจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมถึงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในช่วงเย็น อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมและการจุดเทียนถวายพระพร

 

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน คือ การประชาสัมพันธ์ศักยภาพของเส้นทางคมนาคมทางน้ำในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการเชื่อมโยงคูคลองสำคัญในเขตรัตนโกสินทร์ ได้แก่ คลองหลอด คลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ ให้เป็นเครือข่ายสายน้ำที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทาง การท่องเที่ยว และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองได้อย่างต่อเนื่อง

 

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครพร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในการฟื้นฟูสายน้ำประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครให้กลับมามีชีวิตชีวา สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย และสะท้อนอัตลักษณ์เมืองแห่งสายน้ำสู่สายตาประชาชนทั้งประเทศต่อไป