- 22 มิ.ย. 2569
รัฐบาลสั่งติดตามใกล้ชิด เหตุอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม “ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่ด่วน แสดงความเสียใจผู้สูญเสีย เร่งสอบทุกสาเหตุ ย้ำหากพบความประมาทดำเนินคดีถึงที่สุด
รัฐสั่งเกาะติด อุโมงค์ดอยหลวงถล่ม จี้สอบสาเหตุ คาดโทษคนประมาท
วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยได้ติดตามสถานการณ์กรณีผนังอุโมงค์ดอยหลวง ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ จังหวัดเชียงราย ถล่ม จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
รัฐบาลสั่งติดตามใกล้ชิด เหตุอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม “ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่ด่วน แสดงความเสียใจผู้สูญเสีย เร่งสอบทุกสาเหตุ ย้ำหากพบความประมาทดำเนินคดีถึงที่สุด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นการด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังรายงานข้อเท็จจริง และตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้บริหารจังหวัด หน่วยงานด้านคมนาคม และทีมวิศวกรโครงการร่วมรายงานข้อมูลทางเทคนิคและสภาพพื้นที่เกิดเหตุ
นายภัทรพงศ์ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยา และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์อย่างละเอียด โดยจะพิจารณาทั้งด้านวิศวกรรม การก่อสร้าง สภาพธรณีวิทยา รวมถึงกระบวนการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำชับให้ทุกโครงการก่อสร้างที่มีความเสี่ยงสูงเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการประเมินสภาพชั้นหินและสภาพพื้นที่ก่อนดำเนินงานเจาะอุโมงค์หรือฉีดคอนกรีตเสริมความมั่นคง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน
“รัฐบาลจะไม่ละเลยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การตรวจสอบจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และหากพบว่ามีความบกพร่อง ความประมาท หรือการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ เป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและการขนส่งของภาคเหนือ เชื่อมโยงการเดินทาง การค้า และการลงทุนของประเทศ รัฐบาลจึงยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติ เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
