สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วย! รวบสาวเซียนพระบัญชีม้าลวงเงินเหยื่อ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับสาวเซียนพระ รับจ้างเปิดบัญชีม้า หลอกผู้เสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดนจับคาแผงพระ

 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย
ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์ และ พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
         ​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุดปฏิบัติการที่ 2 บก.ป.

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วย! รวบสาวเซียนพระบัญชีม้าลวงเงินเหยื่อ

 ร่วมกันจับกุมตัว นางสาววรัญญาฯ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2918/2569 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนการการกกระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกหลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน
เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก
บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วย! รวบสาวเซียนพระบัญชีม้าลวงเงินเหยื่อ

 สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้าน ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
           พฤติการณ์ ผู้เสียหายแจ้งว่ามีคนร้ายโทรมายังเบอร์ของตน แสดงตนเป็นพนักงานของบริษัทบัตรเครดิตแห่งหนึ่ง โดยแจ้งว่าบัตรถูกตัดเงิน ให้ผู้เสียหายกด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ จากนนั้นจะมีการโอนสายไปให้
สภ.ศรีราชา เป็นเสียงผู้ชายอ้างตนเป็นตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหายเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันกับคดียาหรือฟอกเงินและ
จะทำการช่วยเหลือผู้เสียหายให้หลุดจากคดีนี้ จะดูแลรักษาเงินของผู้เสียหายไม่ให้พวกมิจฉาชีพดูดไป โดยการโอนเงินมายังบัญชีหนึ่งซึ่งเป็นบัญชีที่ปลอดภัย และเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งจะโอนเงินคือแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ทำการโอนเงินไป จำนวน 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 7 แสนบาท ต่อผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อบุคคลที่อ้างตนเป็นตำรวจได้ จึงเชื่อว่าถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงิน ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายถูกหลอกให้โอนเงินในลักษณะแบบนี้ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
 
 
           ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบทราบว่า นางสาววรัญญาฯ จะมาปรากฏตัวที่หน้าบ้าน ต.ท่าเรือ
อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบพบ นางสาววรัญญาฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินการต่อไป
           จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การเบื้องต้น นางสาววรัญญาฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและ
ให้การเพิ่มเติมว่า ตนรู้จักกับนางบี เป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกัน ชักชวนให้ไปทำงานเป็นการตอบรับแชทจากลูกค้าและจัดการรายรับรายจ่ายของสินค้า ตนสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงหางานทำ ตนหาพระเครื่องขายตามที่ต่างๆ ไปวันๆ และไม่มีเงิน ก่อนจะทำงานตนต้องนำบัญชีธนาคารทั้งหมดมาแสดงเพราะนางสาวบีอ้างว่าสินค้าที่จะขายได้ มียอดการขายที่มากจะมีรายรับที่เยอะจำเป็นใช้หลายบัญชี จากนั้นจึงแยกย้าย และรอรับ
การติดต่อ นางสาวบีอ้างว่ารอเจ้าของแบรนสินค้านั้นติดต่อกลับมานางสาวบีจะติดต่อตนกลับมาอีกครั้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ตนไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด จนมาทราบภายหลังว่านางสาวบีไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว
           กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยสังคม การรับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้อื่นกระทำความผิด ผู้เปิดบัญชีต้องได้รับโทษเท่าเสมอกับความผิดของผู้ที่นำไปหลอกลวง เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มาหลอกลวง ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกค่าตอบแทนเพราะอาจถูกดำเนินคดีในภายหลัง
               ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูล พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. โทร. 094 – 9159193
 
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”