ไม่รอด 2 ผัวเมีย เจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ดัง หลอกตุ๋น150 ล้าน

รวบสองผัวเมีย "แนท-ปอง" เจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ชื่อดัง คาบ้านหรู หลอกลงทุนออเดอร์ทิพย์ ยักยอกกระเป๋า-นาฬิกาหรูรวมกว่า 100 รายการ เสียหายกว่า 150 ล้านบาท

23 มิ.ย.69 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผบช.สอท. สั่งการให้พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1พ.ต.อ.คมสันต์ กันหา ผกก.4บก.สอท.1  พ.ต.ท. เกริกไกร วีระเชาวภาส รอง ผกก.(สอบสวน)  บก.สอท.1 นำกำลังจับกุม น.ส.สุณัฐญา หรือแนท อายุ 42 ปี นายภุชงค์ หรือปอง อายุ37 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ชื่อดัง

 

หลังจากที่ทาง ไฮโซสาว-แพทย์-นักธุรกิจกว่า 10 ราย ร้องถูกหลอกลงทุนออเดอร์ทิพย์ ยักยอกกระเป๋าและนาฬิกาหรูรวมกว่า 100 รายการ ก่อนใช้บัญชีม้า-เครื่องรูดบัตรเครดิตฟอกเงินหนีหาย ยึดของกลางเพียบ มูลค่าความเสียหายรวมทะลุ 150 ล้านบาท เตรียมแถลงใหญ่พรุ่งนี้ ( 24 มิ.ย.69) 

ไม่รอด 2 ผัวเมีย เจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ดัง หลอกตุ๋น150 ล้าน

หมายจับศาลอาญาเลขที่3397-3340ลงวันที่ 17 มิ.ย. และหมายจับศาลอาญาเลขที่3405-3406 ลงวันที่ 18มิ.ย. ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันยักยอก,ร่วมกันฟอกเงินและความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านหรูย่านพระราม 9 พร้อมของกลางกระเป๋าแบรนเนม,นาฬิกา,สมุดบัญชี,เอกสารทางการเงินจำนวนหนึ่ง

ไม่รอด 2 ผัวเมีย เจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ดัง หลอกตุ๋น150 ล้าน

สืบเนื่องจากราวเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ปัทม์ บุญเดช ไฮโซสาวชื่อดัง พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพทย์ ทันตแพทย์ และนักธุรกิจ ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับสองสามีภรรยา หลังออกอุบายเริ่มต้นจากการสร้างร้านค้าแบรนด์เนมออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือบนโลกโซเชียล

 

จากนั้นจะใช้วิธีตีสนิทอ้างความสนิทสนมสร้างความไว้วางใจกับเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะรับฝากสินค้าหรือรับเงินลงทุนไป ต่อมาจะเริ่มอ้างว่ามีลูกค้ารองรับอยู่แล้วหรือสร้างออเดอร์ทิพย์ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อตายใจและยอมลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้รับเงินและทรัพย์สินแบรนด์เนมไปใช้ส่วนตัวจนหนำใจแล้ว มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะเริ่มแสดงพฤติกรรมบ่ายเบี่ยง ประวิงเวลา ไม่ยอมคืนสินค้า และทำการปิดช่องทางการติดต่อหนีหายไปในที่สุด 

ไม่รอด 2 ผัวเมีย เจ้าของร้านแบรนด์เนมออนไลน์ดัง หลอกตุ๋น150 ล้าน

โดยมีความเชื่อมโยงผู้เสียหายหลายรายผ่าน 3 คดี คดีแรกเป็นการยักยอกกระเป๋าแบรนด์เนม 101 ใบ และหลอกลงทุนออเดอร์ทิพย์จาก น.ส.พีรญา  รวมมูลค่ากว่า 10 ล้าน ซึ่งมีการแปรสภาพเป็นเงินสดเข้าสู่ระบบฟอกเงินผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิต คดีที่สองเป็นการยักยอกนาฬิกาหรู 14 เรือนจาก น.ส.ปัทม์ โดยใช้บัญชีปลอมหลอกให้โอนเงินและมีกระบวนการขนส่งผ่านฮ่องกง เสียหาย 16 ล้านบาท ส่วนคดีที่สามเป็นการหลอกลงทุนออเดอร์ทิพย์แชร์ลูกโซ่จาก น.ส.อัมพิลา เสียหายกว่า 4.79 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นๆกว่า 10 รายที่สองสามีภรรยาออกอุบาย ทั้งกู้ยืมเงินหลอก รูดเครดิตการ์ด  เพื่อเอาเงินสดมาหมุน  รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 จะร่วมกันแถลงข่าวในวันที่ 24  มิ.ย. 69 เวลา 13.00 น.  ที่บช.สอท.เมืองทองธานีต่อไป