ล็อกตัวกลางกรุง! 'สองพี่น้อง' ตัวเป้งองค์กรอาชญากรรมฝรั่งเศส

ตม.พร้อมอาวุธครบมือ บุกรวบระทึก สองพี่น้องผู้ร้ายข้ามชาติ หัวโจกองค์กรอาชญากรรมฝรั่งเศส หนีคดีซ่องโจรพ่วงคดียาเสพติดตำรวจสากล จนมุมคาคอนโดหรูกลางกรุง

ปฏิบัติการเด็ดปีกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติถึง 2 ราย ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย และข้อสั่งการ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนร้ายข้ามชาติที่กระทำความผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมเป็นวงกว้างและเข้ามากบดานซ่อนตัวในประเทศไทย โดย“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ในฐานะแม่ทัพของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขานรับนโยบายโดยสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.บัญชาการปฏิบัติการในครั้งนี้ หลังมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับ นายอับดุลราฮิม (นามสมมติ)  อายุ ประมาณ 35 ปี ชาวฝรั่งเศส

ล็อกตัวกลางกรุง! 'สองพี่น้อง' ตัวเป้งองค์กรอาชญากรรมฝรั่งเศส

ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มักเปลี่ยนคอนโดไปมา และมักขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตามสถานบริการในเวลากลางคืน กลับมาในตอนเช้า ส่วนในเวลากลางวันจะหมกตัวอยู่ในห้อง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบติดตามสังเกตการณ์พฤติกรรมทั้งในประเทศไทย และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศฝรั่งเศส จนทราบว่า นายอับดุลราฮิม (นามสมมติ)  พักอาศัยอยู่กับชาวฝรั่งเศสอีกคนคือ นายมุสตาฟา (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ทั้งสองคน เป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ในส่วนของนายอับดุลราฮิม ยังเป็นผู้ร้ายข้ามชาติตามหมายแดงตำรวจสากลเลขที่ ในข้อหานำเข้ายาเสพติดโดย และจำหน่ายยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรข้ามชาติ หรือซ่องโจร การฟอกเงิน สมคบคิดในการปกปิดอำพราง หรือการแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวเรื่อยมา
จนกระทั่งวันที่ 23 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ข้อมูลจากสายลับจนแน่ชัดว่า ทั้ง 2 รายหลบหนีย้ายคอนโดมาพักอาศัยอยู่ที่ คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านอโศก ใจกลางกรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ผบก.ตม.3 พิจารณาเห็นว่า คนต่างด้าวทั้ง 2 รายเป็นบุคคลที่มีหมายจับในต่างประเทศ

ล็อกตัวกลางกรุง! 'สองพี่น้อง' ตัวเป้งองค์กรอาชญากรรมฝรั่งเศส

จึงลงนามการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม จากนั้นสั่งการให้ พ.ต.ท.อิธิธร ประเศริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมอาวุธครบมือ เข้าตรวจสอบและควบคุมตัว โดยชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลกับสายลับอีกครั้ง ปรากฏว่าทั้ง 2 ราย พักอยู่คนละชั้น จึงจำเป็นต้องกระจายกำลังเข้าตรวจสอบ พบเป้าหมายทั้ง 2 รายพักอาศัยอยู่จริง เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมได้แจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร(ตม.83) และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวทำบันทึกควบคุมตัวทั้ง 2 ราย นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป