- 24 มิ.ย. 2569
นายกฯอนุทิน แจงสื่อพาดหัวยกเลิกผลสอบท้องถิ่น 68 ทำคนตกอกตกใจ บอกถ้าพบมีการทุจริตให้เป็นโมฆะ หากสาวถึงใครโดนหมด
24 มิ.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสั่งการ เพื่อที่จะหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในส่วนกระทรวงมหาดไทยได้มีการตั้ง นายสันติธร ยิ้มละไม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบ ดำเนินการสอบสวนภายใน 7 วัน ว่าได้เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะมีพฤติกรรมอุกอาจถึงขั้นเอาข้อสอบราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ เพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือว่าเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต และถือเป็นการขายชาติด้วย เพราะเป็นการปิดโอกาสคนที่มีความรู้ความสามารถ มาแพ้ให้กับขบวนการที่มีการทุจริตเช่นนี้ เราก็จะได้ข้าราชการที่ทุจริตเข้ามาตั้งแต่วันแรกของการเป็นข้าราชการ ซึ่งเราปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสื่อฯ ที่มีการพาดหัวข่าวว่านายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิกผลสอบและการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมดว่า ทำไมข่าวจึงไปพาดหัวเช่นนั้น จึงขอสื่อมวลชนบางครั้งไม่ได้รู้ใจตนเอง ไปพาดหัวแบบนั้นคนก็ตกอกตกใจกันไปหมด
“ผมบอกว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนของการทุจริตก็ให้เป็นโมฆะ แต่มีการชี้แจงว่ามีการบรรจุข้าราชการไปหลายคนแล้ว แต่ถ้าต้นตอมาจากการทุจริต ตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง ทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นมันไม่ถูก ก็ไม่ถูกไปตลอดทาง นี่เป็นหลักที่ผมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เป้าหมายมันต้องเป็นแบบนี้ เพราะผมเคยเจอ จะมาบอกว่าปล่อยให้ผิดแต่บรรจุแต่งตั้งมาแล้ว
ในส่วนของราชการทั่วไปบางครั้งคัดสรรผิด กว่าศาลจะบอกว่าผิด คนนั้นไปเป็น ผอ. ซี 9 ซี 10 ไปแล้ว เมื่อถึงเวลาบอกว่าผิดจะไปดึงเขากลับมาที่เดิมไม่ได้ ผมยกตัวอย่างนั้น แต่ตรงนี้ไม่ใช่ ซี 9 ซี 10 แต่นี่เป็นการรับเข้ามาทำงานยังไม่ถึงปี ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาโดยการแก้ข้อสอบ ก็ต้องโมฆะหมด” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ขบวนการทุจริตสอบเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568 ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็อย่างที่บอก ในส่วนการสอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตนได้มีการยกเลิกครั้งแรก แล้วทางท้องถิ่นกดดันว่าช่วงที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปี 2566 ไม่มีการสอบเลย และมีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหว ก็ขอให้มีการสอบ จะปล่อยหรือไม่ปล่อยก็เป็นหน้าที่ของตนและต้องทำให้มันดี จึงเปลี่ยนจาก ม.บูรพา เป็น มศว บริหารการสอบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ม.บูรพา หรือ มศว ก็เป็นหน่วยงานราชการ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วเฉลยข้อสอบได้อย่างไร แต่ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบ อันนี้รับไม่ได้ เป็นเหตุให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการต่อ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่บรรจุข้าราชการเข้าไป (ด้วยวิธีนี้) ก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี
ส่วนที่มีคลิปเสียงอ้างว่ามีรัฐมนตรีช่วยเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน ไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังมาจากโซเชียลมีเดีย ยังไม่มีใครบอกว่าเป็นคลิปเสียงที่ยึดมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจเขาก็ทำอยู่ ถ้ามันเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้เสียหาย กระทรวงมหาดไทยโดยปลัดกระทรวงจะไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเมื่อเช้าฟังรายงานคดีของตำรวจยังทำไม่ได้ เพราะสำนวนอยู่ที่ ป.ป.ช. เนื่องจากผู้ที่ร้องกลุ่มแรกที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่สอบได้แล้วยังไม่ได้รับการบรรจุ ไปฟ้อง ป.ป.ช. มหาดไทยจึงจะไปฟ้องตำรวจเพื่อให้มาดำเนินคดีควบคู่กันไป
สำหรับข้อสันนิษฐานว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของเสียงตามคลิปที่ปรากฏนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคลิปเสียงเก่าก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน จากข้อมูลเขาบอกว่าเป็นคลิปที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม แต่ไม่รู้ว่าเดือนธันวาคมปีไหน แต่ไม่ใช่ปี 2567 แน่นอน ส่วนเดือนธันวาคม ปี 2568 ซึ่งตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นมีรัฐมนตรีช่วย 3 คน คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์, นางสาวศศิธร กิตติธรกุล ซึ่งก็มีอยู่แค่นี้ โดยจะต้องไปสืบว่า
“คลิปนี้เป็นคลิปจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็น AI ที่ผลิตขึ้นหรือเปล่า ส่วนคนที่ชื่อว่าส้ม ทำไมเสียงผู้ชายดูเรียบร้อยจัง อ้างจริงหรือเปล่า ถ้าหากทำขึ้นมาจริงดูไม่ยากหรอก” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนแรกมีรัฐมนตรีที่ดูมหาดไทย 4 คน และมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องนี้เพียงแค่กรมเดียว เป็นการจำกัดวงตีกระชับในการสอบสวนได้ ตอนนี้หลักฐานได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ตำรวจ และปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้น แค่แก้ไขผลการสอบแผ่นเดียวก็ผิดแล้ว ไม่ต้องทำถึงพันคน
ส่วนกรณีที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์เฟซบุ๊กออกมาปฏิเสธนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องมีใครออกมาปฏิเสธ อยู่ที่การสอบสวนมากกว่า ปฏิเสธก่อนตอนนี้เดี๋ยวจะหาว่าร้อนตัว ยังไม่พูดถึงใครทั้งนั้น ตนได้ประชุมและสั่งการไปเมื่อเช้า
“ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น พาดพิงถึงใครก็โดนคนนั้น ใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักหรือไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น ดูที่ชื่อและพฤติกรรม ซึ่งตนกระทำแนวนี้มาโดยตลอด ถ้าไม่ทำแนวนี้ คนที่โดนก็คือผม บางทีก็ต้องไม่มีญาติ”
ส่วนปัญหาการทุจริตการสอบที่เกิดขึ้นมายาวนานนั้น จะแก้ไขอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้อุกอาจขนาดนี้ ตนเคยได้ยินการทุจริตที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตนก็ไม่เชื่อว่าทำจริง พอมาดูรายละเอียดเห็นหมด เอากล่องไปไว้สถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ห้องมั่นคงของหน่วยงานรัฐมีเยอะแยะ แต่นำไปไว้ที่บริษัทแห่งไหนก็ไม่รู้ ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งในตอนที่ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2566-2567 ไม่จัดให้มีการสอบข้าราชการเพราะได้ยินข่าวแบบนี้ ได้เรียกผู้บริหารเข้ามาชี้แจงแต่ชี้แจงให้ไม่ได้ ชี้แจงไม่สมเหตุสมผล จึงได้ระงับการสอบไปก่อน
ในช่วงนี้กระทรวงมหาดไทยมีแต่เรื่องร้อน ๆ มีความกังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเรื่องร้อนเกิดจากการทุจริต ไม่ต้องถามว่าจะเอาอยู่หรือไม่เอาอยู่ ถ้าจะไม่จัดการก็ไม่ได้ ถ้าไม่ทำตนก็โดนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีความกังวลเลย อย่างน้อยในกรณีนี้มี 2 เรื่อง ถ้าเป็นจริง คือที่เห็นชัดว่าเอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบคนที่สอบได้ไม่ให้สอบได้ และเอาเปรียบคนที่ทำมาหากินโดยสุจริตในที่ดินแล้วไปแอบอ้างมีสิทธิ์ ไปขับไล่คนที่มีสิทธิ์ในที่ดินนั้นออกไป ซึ่งทั้ง 2 กรณีจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่
ไม่ต้องมาถามว่าจะต้องทำอย่างไร จะต้องทำตามกฎหมายทั้งหมด เช่น วันนี้จับได้แล้วย้ายคนออก จะรอให้ศาลตัดสินอีก 5 ปีจะรอไหม การดำเนินการก่อนที่ศาลจะตัดสินในฐานะผู้บริหารกระทรวงจะต้องทำให้งานไม่ติดขัด การทำงานต้องไม่ส่อทุจริต ส่วนกระบวนการยุติธรรมและการดำเนินคดี การลงโทษผู้กระทำความผิดก็ทำควบคู่ขนานกันไป
สำหรับกรณีนี้จะมีการสอบสวนย้อนหลังถึงผลการสอบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าขยายผลต้องไปทั้งข้างหน้าและข้างหลัง จะโดนใครก็โดนตรงนั้น ไม่ได้ขยายไปแค่ข้างหน้าอย่างเดียว ขยายเป็นวงกลมทั้งซ้ายขวาบนล่าง
สำหรับตอนนี้ปัญหาในกระทรวงมหาดไทยมีค่อนข้างมาก นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องแก้กันไป จะต้องตั้งสมมติฐานว่าข้าราชการทุกคนเป็นคนดีรักชาติบ้านเมือง แต่การจะดำเนินการเมื่อเห็นคนกระทำผิดต้องเป็นไปตามหลักยุติธรรม การไปลงโทษคนไม่ได้ทำผิดเพียงแค่คนเดียวก็ไม่ใช่หลักความยุติธรรม ลงโทษคนถูก 1 คน ไม่เท่ากับปล่อยคนผิด 100 คน ต้องทำทุกอย่างให้รอบคอบ