- 25 มิ.ย. 2569
พ่อนักวิชาการ อบต. โต้ลูกสาวไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันใช้ความสามารถควักเงินติว 14,000 บาทจนสอบได้เอง แฉเคยมี ส.ส. เสนอเส้นสายแต่ปัดทิ้ง พร้อมให้ตรวจ
กระบี่ (25 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นายรัญ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.ณมล นักวิชาการตรวจสอบภายใน สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองเขม้า จังหวัดกระบี่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหลังจากมีภาพและชื่อของลูกสาวปรากฏตามสื่อสารมวลชนว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตดังกล่าว
นายรัญ เปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ทันทีที่ตนเองเห็นรูปของลูกสาวผ่านสื่อ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและมึนงงเป็นอย่างมาก และยังคงตั้งคำถามอยู่จนถึงตอนนี้ว่า ชื่อและรูปถ่ายของลูกสาวเข้าไปพัวพันกับขบวนการทุจริตได้อย่างไร ทั้งที่ในความเป็นจริง ลูกสาวของตนสอบติดและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในครั้งนี้ด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ ตนยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าครอบครัวไม่เคยเสียเงินให้กับขบวนการมืดเพื่อฝากฝังลูกสาวเลยแม้แต่บาทเดียว
อย่างไรก็ตาม นายรัญ ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า ที่ผ่านมาเคยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รายหนึ่ง โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนเองโดยตรง โดยอ้างว่าเขามีเส้นสายในระบบราชการและสามารถฝากฝังลูกสาวให้เข้าบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ แต่ ส.ส. คนดังกล่าวไม่ได้ระบุจำนวนเงินว่าต้องจ่ายเท่าใด ซึ่งในตอนนั้นตนเองได้ตอบปฏิเสธไปในทันที เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพและความรู้ความสามารถของลูกสาวตนเอง
"การสอบเข้าบรรจุราชการส่วนท้องถิ่นของลูกสาวในครั้งนี้ ตนจ่ายเงินเพียงแค่ค่าคอร์สติวหนังสือจำนวน 14,000 บาทเท่านั้น เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสไปเรียนกวดวิชา นำหนังสือกลับมาอ่าน ท่องจำ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ลูกสาวทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนและอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด ประกอบกับพื้นฐานเดิมเขาเป็นคนเรียนเก่ง สมองดี โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษที่มีผลการเรียนโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก" นายรัญ กล่าว
นายรัญ กล่าวทิ้งท้ายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า ปัจจุบันสภาพจิตใจของ น.ส.ณมล รวมถึงบุคคลในครอบครัวตกต่ำและย่ำแย่ลงขั้นวิกฤต โดยเฉพาะตัวลูกสาวเองที่อยู่ในอาการช็อกและร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ไม่พร้อมที่จะพูดคุยหรือสบตากับใครทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าชีวิตจะถูกทำลายด้วยเหตุการณ์ที่เลวร้ายและไม่เป็นความจริงเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวและลูกสาวขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการเพื่อล้างมลทินและกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา
