- 25 มิ.ย. 2569
ชาวบ้านเทพสถิตเดือด แฉคลิปแก๊งแว้นยึดถนนซิ่งดึกสงัด ผู้การฯ ชัยภูมิสั่งล่าตัวด่วน ยันจับได้ยึดรถ-ปรับหนัก เรียกผู้ปกครองรับโทษ และบังคับแต่งคืนสภาพเดิม
ชัยภูมิ (25 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊คบัญชี "กัณฑ์เอนก ฟาร์ม" ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวจำนวนหนึ่ง เผยให้เห็นพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันนำรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพมาแข่งขันความเร็วบนท้องถนนหลวง พร้อมระบุข้อความเชิงท้าทายว่า "เวลา 22.10 น. มันแรงได้แค่นี้นิ"
ส่งผลให้เกิดการแชร์ต่อในกลุ่มพื้นที่จังหวัดชัยภูมิอย่างรวดเร็ว โดยชาวบ้านได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นติติงพฤติกรรมดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมระบุพิกัดว่าเหตุเกิดที่ "ห้วยยายจิ๋ว ไม่ใช่สนามแข่งรถนะวัยรุ่น รบกวนชาวบ้านเขานอนกัน"
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 205 ถนนสุรนารายณ์ ช่วงเส้นทางหนองบัวโคก-เทพสถิต ในเขตพื้นที่ตำบลห้วยยายจิ๋ว อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คัน ได้นัดรวมตัวกันป่วนเมืองและประลองความเร็วในช่วงดึก ซึ่งเป็นเวลาหลับนอนของประชาชน ส่งผลให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจเป็นอย่างมาก จนชาวบ้านต้องถ่ายคลิปหลักฐานมาโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
ล่าสุด พล.ต.ต.สุจริต ปาณเล็ก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ (ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ) เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องและเห็นคลิปดังกล่าวตั้งแต่คืนวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการด่วนที่สุดไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่รับผิดชอบ ให้กระจายกำลังออกตรวจสอบ ทราบตัวกลุ่มวัยรุ่น และเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ย้ำว่า จังหวัดชัยภูมิมีมาตรการคุมเข้มในการขับขี่และปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบหรือจับกุมได้ จะต้องถูกยึดรถและเปรียบเทียบปรับขั้นสูงสุดตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นเยาวชน เจ้าหน้าที่จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการเรียกตัวผู้ปกครองมาร่วมรับทราบข้อกล่าวหาฐานปล่อยปละละเลยด้วย นอกจากนี้ จะต้องมีการบังคับให้ปรับเปลี่ยนสภาพรถที่แต่งซิ่งให้กลับคืนสู่สภาพเดิมจากโรงงานทั้งหมดให้เรียบร้อยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ถึงจะอนุญาตให้นำรถกลับไปใช้งานได้
พร้อมกันนี้ ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้ฝากความห่วงใยและแจ้งเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานของตนเองอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ออกมารวมกลุ่มสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชน เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต และสร้างความอันตรายแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันอีกด้วย
