- 26 มิ.ย. 2569
รถอีแต๋นคว่ำตกข้างทางจนหงายท้อง ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย เห็นรายชื่อแต่ละคนแล้วใจหาย บาดเจ็บอีก 5 คน
เกิดอุบัติเหตุสลดในจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อรถอีแต๋นที่ใช้ในการเกษตรบรรทุกไม้ยูคาลิปตัสเต็มคัน พร้อมผู้โดยสารรวม 8 คน เสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางจนหงายท้อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ
เบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากการตัดไม้ยูคาลิปตัส ก่อนรถจะเกิดเสียหลักบริเวณหน้าโรงเรียนวัดคุ้งยาง ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ จนเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว
รายงานจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เพื่อการเกษตร หรือรถอีแต๋น บรรทุกไม้ยูคาลิปตัสเต็มคัน พร้อมผู้โดยสารและผู้ขับขี่รวม 8 คน พลิกคว่ำตกข้างทาง บริเวณหน้าโรงเรียนวัดคุ้งยาง ตำบลบ้านด่าน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
สภาพรถหลังเกิดเหตุพลิกหงายท้อง ล้อชี้ฟ้า ขณะที่ไม้ยูคาลิปตัสที่บรรทุกมาหล่นกระจายเกลื่อนบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย ได้แก่ นายบุญเลิศ อ่อนคง, นางสาวพรทิพย์ บุดดา และนางสาวพัชรา บัวสิงโต
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ประกอบด้วย นางสมพิศ อ่อนคง อายุ 61 ปี, นายสมบุญ อ่อนคง อายุ 31 ปี, นายเทดศักดิ์ บุญภาย อายุ 31 ปี, นางสาวบุษยมาศ บัวหลวง อายุ 16 ปี และเด็กหญิงชนัญภัค บุญภาย อายุ 2 ขวบ ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวตำบลหาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดได้เดินทางไปตัดไม้ยูคาลิปตัสในพื้นที่ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ และขณะเดินทางกลับได้บรรทุกไม้ยูคาลิปตัสมาเต็มคัน กระทั่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแพทย์นิติเวช ได้เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น ก่อนมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
