- 29 มิ.ย. 2569
สุดสะเทือนใจ เปิดความฝัน "พ่อน้องเค้ก" เหมือนลางบอกเหตุ ก่อนสะดุ้งตื่นมารู้ข่าวร้ายพบร่างในกระเป๋าเดินทาง ใจสลายทั้งครอบครัว
ก่อนหน้าในคดีสะเทือนขวัญการเสียชีวิตของ น.ส.ธัญชนก หรือ "น้องเค้ก" อายุ 17 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ถูกพบเป็นศพซุกอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง ก่อนถูกนำไปทิ้งในป่าริมถนนเลียบทางรถไฟ พื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน อายุ 46 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ผู้ต้องหาในคดี ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางความสะเทือนใจของสังคม
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณหน้า สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี พบ นายธงชัย ดอนหอมหล้า อายุ 46 ปี พ่อของน้องเค้ก พร้อมด้วย นางอรดี บุษราคำ อายุ 46 ปี แม่เลี้ยง เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับทรัพย์สินและประสานการรับศพลูกสาวกลับภูมิลำเนา ทั้งสองอยู่ในอาการอิดโรยจากการเดินทางและการสูญเสียอย่างกะทันหัน โดยทันทีที่เอ่ยถึงลูกสาว ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
นางอรดี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน น้องเค้กได้แจ้งกับครอบครัวว่าจะเดินทางมาเที่ยวเมืองพัทยาพร้อมเพื่อนสาว อายุ 19 ปี แม้คนในบ้านจะกำชับให้ระมัดระวังตัว เนื่องจากเป็นการเดินทางมาพัทยาครั้งแรกของน้อง แต่ด้วยความที่น้องเค้กเป็นเด็กดี ขยันทำงาน คอยช่วยเหลือครอบครัว และไม่เคยมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทุกคนจึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
หลังเดินทางมาถึงพัทยา น้องเค้กยังติดต่อพูดคุยกับครอบครัวเป็นระยะ กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 26 มิถุนายน เวลาประมาณ 17.12 น. ซึ่งเป็นการติดต่อครั้งสุดท้าย ก่อนจะขาดการติดต่อไปโดยสิ้นเชิง ภายหลังเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันได้แจ้งความคนหาย และตำรวจสืบสวนจนพบว่า น้องเค้กเดินทางไปกับชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง
แม่เลี้ยงเล่าว่า เมื่อทราบข่าวว่าตำรวจกำลังติดตามตัวชายชาวต่างชาติผู้ต้องสงสัย ตนและพ่อของน้องเค้กรีบออกเดินทางจาก จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยาทันที ตลอดทางทั้งครอบครัวยังพยายามปลอบใจกันเอง และหวังว่าน้องจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะในขณะนั้นตำรวจเพียงแจ้งว่าพบภาพชายต้องสงสัยลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องพัก แต่ยังไม่พบตัวน้องเค้ก
สิ่งที่ทำให้ครอบครัวจดจำไม่ลืม คือเหตุการณ์ระหว่างเดินทางใกล้ถึงพัทยา เมื่อพ่อของน้องเค้กซึ่งเผลอหลับอยู่ท้ายรถกระบะ สะดุ้งตื่นขึ้นหลังฝันเห็นลูกสาวมายืนอยู่ริมถนน คล้ายกับกำลังมาส่งสัญญาณบางอย่าง ก่อนที่ไม่นานนัก รถจะจอดลงเมื่อญาติได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยืนยันข่าวร้ายว่า ศพที่พบภายในกระเป๋าเดินทาง คือ "น้องเค้ก" ลูกสาวของตนเอง ทำให้ความหวังที่ยึดเหนี่ยวมาตลอดการเดินทางพังทลายลงในทันที
ครอบครัวยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด และต้องการให้ได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพราะมองว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินกว่าจะให้อภัย โดยแม่เลี้ยงเปิดเผยว่า หลังทราบว่าผู้ต้องหารับสารภาพ ตนถึงกับพูดกับตำรวจด้วยความโกรธว่า "ขอกระทืxสักครั้งได้ไหม" แต่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามไว้ พร้อมย้ำว่าต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ ครอบครัวยังต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายในการนำร่างน้องเค้กกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพจ "จักรกฤษ แต่งตั้ง" หรือ "คุณปอนด์" ซึ่งให้ความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายศพฟรีทั่วประเทศ และได้รับการยืนยันว่าพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อครอบครัวประสานงาน
ช่วงท้าย แม่เลี้ยงฝากถึงสังคมว่า ขออย่าซ้ำเติมหรือกล่าวโทษผู้เสียชีวิตและครอบครัว เพราะทุกคนกำลังเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ พร้อมยืนยันว่า น้องเค้กเป็นเด็กดี ขยันทำงาน และช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวมาตลอด แม้ตนจะเป็นแม่เลี้ยง แต่ก็รักน้องเค้กไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ หลังใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวมานานกว่า 4 ปี ขณะที่พ่อของน้องเป็นผู้เลี้ยงดูลูกสาวมาตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ เนื่องจากแม่แท้ ๆ ไม่ได้เป็นผู้ดูแลมาโดยตลอด
