- 01 ก.ค. 2569
ชาวประมงวัย 55 ปี จ.ระยอง เล่าประสบการณ์สุดแปลก หลังถูกงูเห่ากัดที่นิ้วเท้า แผลอักเสบเน่าเฟะนานเกือบเดือน แม้รักษาตามแพทย์และล้างแผลต่อเนื่อง แต่อาการยังไม่ดีขึ้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ชาวประมงในพื้นที่ จ.ระยอง หลังประสบเหตุถูกงูเห่ากัด จนเกิดบาดแผลอักเสบรุนแรงและรักษาไม่หายเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน
นายพรชัย เล่าว่า วันเกิดเหตุ ขณะกำลังเงยหน้าสอยมะม่วง โดยไม่ทันสังเกตว่ามีงูเห่าอยู่บริเวณพื้น จึงถูกงูกัดเข้าที่นิ้วเท้า ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อย คล้ายถูกของมีคมบาด จึงเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้ให้เซรุ่ม พร้อมจ่ายยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบ รวมถึงแนะนำให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือและเบตาดีนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านไปประมาณ 1 เดือน อาการกลับไม่ดีขึ้น แผลเริ่มพุพอง มีน้ำเหลืองและหนองไหลออกมา นิ้วเท้าบวมมากขึ้น ทำให้รู้สึกกังวลใจ เนื่องจากไม่สามารถออกเรือทำประมงได้ตามปกติ ส่งผลให้ขาดรายได้เป็นเวลานาน
นายพรชัย กล่าวว่า ช่วงที่กำลังหมดหนทาง ภรรยาได้หยิบสเปรย์สำหรับรักษาแผลของแมวที่เลี้ยงไว้ ซึ่งใช้สำหรับดูแลบาดแผลและช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย โดยตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงการลองใช้ แต่หลังจากนำมาพ่นบริเวณแผลประมาณ 2-3 วัน กลับพบว่าแผลเริ่มแห้งลง น้ำหนองลดลง และอาการบวมค่อย ๆ ดีขึ้น
ด้าน น.ส.สุพรรณษา ภรรยาของนายพรชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พยายามดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์มาโดยตลอด แต่เมื่ออาการยังไม่ดีขึ้น จึงลองนำสเปรย์รักษาแผลของ “เจ้ามะพร้าว” แมวที่เลี้ยงไว้มาใช้กับสามี เนื่องจากเคยเห็นว่าแผลของแมวแห้งเร็ว ไม่คาดคิดว่าจะเห็นผลกับคน
ขณะที่ นายขวัญชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า อาจเป็นไปได้ว่าสเปรย์ดังกล่าวมีส่วนช่วยลดเชื้อแบคทีเรียบริเวณแผล แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับพิษงูโดยตรง เนื่องจากการถูกงูเห่ากัดเป็นอันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ นายพรชัย ฝากเตือนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว อาจเป็นผลจากหลายปัจจัย และไม่แนะนำให้ผู้ที่ถูกสัตว์มีพิษกัดนำวิธีดังกล่าวไปทดลองแทนการรักษา ควรรีบพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
