เปิดไทม์ไลน์แท้จริง แอร์สาว นาทีจนท.ศุลกากร ขอตรวจค้น

เปิดไทม์ไลน์แท้จริง แอร์สาว นาทีจนท.ศุลกากร ขอตรวจค้น เจ้าตัวไม่ได้ปกปิดและแจ้งว่ามีกระเป๋าเดินทางทั้งหมด 12 ใบ แถมยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยผลการหารือร่วมกับผู้แทนจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนออสเตรเลีย (ABF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจค้นและจับกุมแอร์โฮสเตสสาววัย 26 ปี พนักงานต้อนรับของบริษัท การบินไทย จำกัด

การประชุมครั้งนี้อยู่ภายใต้ปฏิบัติการร่วม "Task Force Storm" ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ AFP, กรมศุลกากร, ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันจับกุมจนถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายขยายผลไปยังผู้บงการและเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย

พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า กระบวนการดำเนินคดีของทางการออสเตรเลียเป็นไปตามหลักสากล และให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ โดยได้จัดหาทนายความเพื่อดูแลสิทธิทางกฎหมายให้กับแอร์โฮสเตสรายดังกล่าวแล้ว

สำหรับเหตุการณ์ในวันจับกุม เจ้าหน้าที่ศุลกากรออสเตรเลียได้ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐาน โดยสอบถามลูกเรือทุกคนว่ามีการนำสิ่งของของผู้อื่นติดตัวมาหรือไม่ หรือมีสัมภาระที่ต้องสำแดงหรือไม่ เมื่อถึงคิวของแอร์สาว เจ้าตัวแจ้งว่ามีกระเป๋าเดินทางทั้งหมด 12 ใบ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ก่อนจะพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง

ขณะนี้ของกลางทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันปริมาณและความบริสุทธิ์ของยาเสพติด

เมื่อถูกถามว่า แอร์สาวจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม โดยมีทนายให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ฝ่ายไทยก็เดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างไทยและออสเตรเลีย ล่าสุดพบเบาะแสของกลุ่มบุคคลปลายทางที่เตรียมรับพัสดุ รวมถึงพบตัวละครสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งผู้ส่ง ผู้รับ ผู้โอนเงิน และเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตผ่านประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือสัญชาติของผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการขยายผล

ส่วนบุคคลปลายทางที่รอรับพัสดุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นใคร และมีประวัติเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดหรือไม่ โดย พ.ต.ต.สุริยา ระบุเพียงว่า เป็นข้อมูลในสำนวนสืบสวน และยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีคนไทยในออสเตรเลียเกี่ยวข้องหรือไม่

ด้านการสืบสวนในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มีข้อมูลของเครือข่ายนี้อยู่แล้ว และคาดว่า ภายใน 1-2 วัน จะเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน หลังจาก ป.ป.ส. เปิดให้ผู้ที่เป็นเจ้าของกล่องพัสดุตัวจริงเข้ามาแสดงตัว ล่าสุดเริ่มมีผู้ติดต่อให้ข้อมูลแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและคัดกรองอย่างละเอียดว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องตัวจริงหรือไม่

พ.ต.ต.สุริยา ยังเน้นย้ำว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับคดีนี้และปัญหายาเสพติดข้ามชาติเป็นอย่างมาก โดยได้บรรจุวาระคดีแอร์โฮสเตสและการลักลอบขนยาเสพติดไปออสเตรเลีย เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง เพื่อยกระดับมาตรการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและการสแกนสัมภาระด้วยระบบ X-ray

ขณะที่ตัวแทนสำนักงานพิทักษ์เขตแดนออสเตรเลีย (ABF) กล่าวสั้น ๆ ว่า ไทยและออสเตรเลียมีความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายมาอย่างยาวนาน พร้อมขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ร่วมประชุมหารือเพื่อรับมือภัยคุกคามและความเสี่ยงจากเครือข่ายยาเสพติดในภูมิภาคนี้ร่วมกัน