เปิดใช้แล้ว ถนน พล.2043 พิษณุโลก ยกระดับคมนาคมภาคเหนือ

กรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างและยกระดับชั้นทางถนนสาย พล.2043 จังหวัดพิษณุโลก แล้วเสร็จ หนุนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่งภาคเหนือตอนล่าง

กรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างและยกระดับชั้นทางถนนสาย พล.2043 จังหวัดพิษณุโลก แล้วเสร็จ หนุนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่งภาคเหนือตอนล่าง รองรับการขยายตัวของเมือง เสริมคุณภาพชีวิตให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัยทันเวลา

 

เปิดใช้แล้ว ถนน พล.2043 พิษณุโลก ยกระดับคมนาคมภาคเหนือ

 

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนและยกระดับชั้นทาง ถนนสาย พล.2043 บ้านสนามคลี อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรได้อย่างเต็มศักยภาพ สอดรับกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการยกระดับเส้นทางเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในด้านการคมนาคมขนส่งให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
 

เปิดใช้แล้ว ถนน พล.2043 พิษณุโลก ยกระดับคมนาคมภาคเหนือ

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดี ทช. เปิดเผยว่า โครงการฯ มีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับ ทล.126 บริเวณ กม. ที่ 0+400 และจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อกับ ทล.1065 บริเวณ กม. ที่ 69+250 โดยก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรแอสฟัลท์คอนกรีตกว้าง 10 เมตร ช่องจราจรกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.5 เมตร ระยะทางรวม 2.800 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 39.992 ล้านบาท เพื่อช่วยสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ให้สามารถลำเลียงไปยังแหล่งรับซื้อหรือตลาดได้สะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้า ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชน/ท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเดิมประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 บ้านท่าทอง ตำบลท่าทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ได้รับความเดือดร้อนในการเดินทาง จากถนนเดิมที่มีความคับแคบ กว้างเพียง 6 เมตร ไม่มีไหล่ทาง ประกอบกับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การคมนาคมขนส่งเป็นไปด้วยความล่าช้า นอกจากนี้ ถนนสายดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 7 โรงพยาบาลพุทธชินราช สาขาบึงแก่งใหญ่ วัดป่าจันทราวาส (ธ) ตลาดชุมชน และหน่วยงานราชการต่าง ๆ โครงการฯ จึงเป็นการส่งเสริมในด้านสังคม เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และกิจกรรมทางศาสนา ช่วยให้การสัญจรไปยังสถานศึกษา โรงพยาบาล หน่วยงานราชการเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย