อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร

ระทึกกู้ภัยสิชลนำรถโฟวิลลากกระเช้าฝ่าถนนโคลนลื่น บุกช่วยชีวิตลุงวัย 50 หน้ามืดเป็นลมกอดกิ่งสะตอแน่นสูง 6 เมตร นำส่ง รพ. ปลอดภัย ย้ำอากาศเปลี่ยนทำวูบ

นครศรีธรรมราช (3 กรกฎาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 กรกฎาคม) ศูนย์วิทยุมูลนิธิกู้ภัยเพชรเกษมนครศรีธรรมราช (อำเภอสิชล) ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือด่วนจากประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีชาวบ้านเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติและติดค้างอยู่บนต้นสะตอที่มีความสูง ไม่สามารถลงมาเองได้ และเสี่ยงต่อการพลัดตกรับอันตรายถึงแก่ชีวิต หลังรับแจ้งจึงรีบจัดกำลังชุดกู้ชีพกู้ภัยรุดเดินทางไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นพื้นที่สวนตั้งอยู่บนเนินเขาลาดเอียง ประกอบกับมีสายฝนเทกระหน่ำลงมาพอดี ทำให้พื้นดินกลายสภาพเป็นโคลนเลน บนต้นสะตอความสูงประมาณ 6 เมตร พบร่างของ นายรามัญ อายุ 50 ปี ชาวตำบลสิชล สภาพนอนฟุบและใช้แขนขาพาดกอดกิ่งสะตอเอาไว้แน่นด้วยอาการหมดแรงจากอาการเป็นลม เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถกระเช้าจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สิชล เข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจ

 

อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร

อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร

ทว่า อุปสรรคชิ้นใหญ่เกิดขึ้นเมื่อรถกระเช้าของ อบต.สิชล เดินทางมาถึงปากทางเข้าสวน แต่เนื่องจากฝนตกหนักทำถนนลื่นและลาดชัน รถกระเช้าขนาดใหญ่ไม่สามารถขับเคลื่อนขึ้นไปได้ ทางพี่ ๆ กู้ภัยเพชรเกษมจึงต้องแก้สถานการณ์ด้วยการนำรถขับเคลื่อนสี่ล้อ (Four-Wheel Drive) ของมูลนิธิฯ เข้าทำการผูกลากจูงรถกระเช้าฝ่าดินโคลนขึ้นไปยังจุดที่ตั้งของต้นสะตอได้สำเร็จ จากนั้นจึงรีบกางขาหยั่งเซฟตี้แล้วยกบูมกระเช้าส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปรับตัวนายรามัญลงมาจากยอดไม้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความลุ้นระทึกของเพื่อน ๆ ก่อนจะนำตัวขึ้นรถพยาบาลกู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งต่อโรงพยาบาลสิชลทันที

 

จากการสอบถาม นายรามัญ ผู้ประสบเหตุเมื่อเริ่มได้สติ เปิดเผยอุทาหรณ์ว่า ตนเองเป็นญาติกับเจ้าของสวนสะตอแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุได้ชวนเพื่อนใหม่อีก 2 คน เดินทางเข้ามาในสวนเพื่อช่วยกันปีนขึ้นไปเก็บฝักสะตอตัดส่งขายต่อ แต่เนื่องจากตนเองห่างเหินจากการปีนต้นไม้สูงมาเป็นเวลานาน ประกอบกับช่วงเช้าสภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน ตอนแรกแดดแรงจัดจนทำให้ตนเริ่มเพลีย แดดส่องหัวจนเกิดอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงและวูบเป็นลมขณะอยู่บนต้นไม้ โชคดีที่จังหวะนั้นยังมีสติและพยายามกอดเกาะกิ่งไม้เอาไว้ และมีเพื่อนร่วมงานมาด้วยอีก 2 คน จึงช่วยกันตะโกนประสานแจ้งมูลนิธิให้เข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นหากตกลงมาจากความสูง 6 เมตร คงเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่แน่นอน พร้อมลั่นขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยและ อบต. ทุกท่านที่ฝ่าฝนเข้ามาช่วยชีวิตในครั้งนี้

 

อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร

อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร

อุทาหรณ์ขึ้นต้นเก็บฝักสะตอ หน้ามืดเป็นลมอยู่บนต้นสูง 6 เมตร