- 03 ก.ค. 2569
งานเข้าแล้ว "ออย มุกดาหาร" หลังโพสต์แสดงความคิดเห็นโทษพระธุดงค์จากเหตุรถกระบะพุ่งชน จนเกิดกระแสวิจารณ์หนัก ล่าสุดบริษัทออกแถลงการณ์
กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังเหตุการณ์รถกระบะที่เด็กชายวัย 11 ปี แอบนำออกมาขับ ก่อนเสียหลักพุ่งชนคณะพระธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป โดยนอกจากความเศร้าจากเหตุการณ์แล้ว ยังเกิดกระแสถกเถียงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ ทั้งเรื่องการดูแลบุตรหลาน และความปลอดภัยในการเดินธุดงค์ริมถนน ในโลกออนไลน์มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เด็กวัยเพียง 11 ปี สามารถขับรถเกียร์ธรรมดาออกจากบ้านเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรได้อย่างไร
โดยมีประเด็นที่ชาวเน็ตเดือดหนัก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ออย มุกดาหาร" หลังโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นสวนกระแสรัว ๆ โดยระบุว่า "ถนนของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ" พร้อมแสดงความเห็นว่า แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ได้เกิดจากเด็กชายวัย 11 ปี แต่ในอนาคตก็อาจเกิดจากคนเมา คนขับรถวูบ หรือรถเบรกแตกได้ พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้ว
หลังจากนั้น เจ้าตัวยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมในทำนองว่า หากพระไม่เดินธุดงค์ริมถนน เหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้อาจไม่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า "พอเถอะ ธุดงค์ข้างทาง" อีกทั้งยังวิจารณ์ผู้ที่สนับสนุนการเดินธุดงค์ริมถนน โดยมองว่าหากเกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก ผู้ที่สนับสนุนก็ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นในโลกออนไลน์
ล่าสุด บริษัทต้นสังกัดที่ "ออย มุกดาหาร" เคยทำงาน ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทฯ ได้รับทราบกรณีการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งก่อให้เกิดข้อกังวลและความไม่สบายใจจากลูกค้า ผู้ติดตาม และสาธารณชนแล้ว
บริษัทฯ ขออภัยต่อความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น และขอเรียนชี้แจงว่า การแสดงออกดังกล่าวเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นการสื่อสารในนามบริษัท และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบาย จุดยืน ค่านิยม หรือการดำเนินงานของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสถานะพนักงานของบริษัทแล้ว ณ ปัจจุบัน โดยบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านบุคคลหรือกระบวนการภายในเพิ่มเติม เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างเหมาะสม สุภาพ รับผิดชอบ และเคารพต่อผู้อื่น ทั้งในพื้นที่การทำงานและบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความรู้สึกของลูกค้าและสาธารณชน
บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่แจ้งข้อมูล แสดงความคิดเห็น และแสดงความห่วงใย บริษัทจะนำเหตุการณ์นี้ไปใช้ในการทบทวนและย้ำเตือนแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสมต่อไป
ภายหลังแถลงการณ์ถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ
- ทัศนคติส่วนตัวพนักงานไม่เหมาะสมจริงๆ บริษัททำถูกต้องแล้วครับ
- ชื่นชม ผู้บริหารมากๆจ้า
- ชื่นชมฝ่ายบุคคลบริษัทนี้มากครับ บุคคลที่มีทัศนคติลบแบบนี้ ไม่ควรได้รับโอกาสในการทำงาน
- เริ่ดมากค่ะ อยากกลับไปทำงานอีกเลยโรงงานนี้ เป็นต้น
