ปิดมหากาพย์ 2 ทศวรรษ รวบมือปืนก่อเหตุภรรยาตัวเอง ก่อนหมดอายุความ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปิดเกม “มือปืนหึงโหด” ผู้ต้องหาหลบหนีเกือบ 2 ทศวรรษ ก่อนคดีขาดอายุความ ลอกคราบเปลี่ยนตัวตนหนีค

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายไสวฯ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.517/2549 ลงวันที่ 17 กันยายน 2549 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

 

ปิดมหากาพย์ 2 ทศวรรษ รวบมือปืนก่อเหตุภรรยาตัวเอง ก่อนหมดอายุความ
 

ปิดมหากาพย์ 2 ทศวรรษ รวบมือปืนก่อเหตุภรรยาตัวเอง ก่อนหมดอายุความ

 

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนศรีสุทัศน์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

พฤติการณ์ คดีดังกล่าวกำลังจะครบกำหนดอายุความในเดือนกันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวน เร่งแกะรอย ขยายผล และติดตามเบาะแสทุกช่องทาง เพื่อนำตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ก่อนคดีขาดอายุความ จากการสืบสวนจนพบเบาะแสสำคัญ ว่าผู้ต้องหาได้เปลี่ยนชื่อ–สกุล เพื่ออำพรางตัว และใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานและยืนยันตัวบุคคลได้แน่ชัดแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังลงพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัว นายไสวฯ ได้บริเวณริมถนนศรีสุทัศน์ จ.ภูเก็ต สิ้นสุดการหลบหนีที่ยาวนานเกือบสองทศวรรษ

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าสาเหตุของคดีเกิดจากความหึงหวง และความหวาดระแวงว่าภริยาจะมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จนเกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง ก่อนใช้อาวุธปืนขนาด .22 ยิงภรรยาจำนวน 2 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แล้วตัดสินใจหลบหนีการจับกุมทันที
 

ปิดมหากาพย์ 2 ทศวรรษ รวบมือปืนก่อเหตุภรรยาตัวเอง ก่อนหมดอายุความ

 

ภายหลังก่อเหตุเมื่อปี 2549 ผู้ต้องหาโดยสารรถประจำทาง หลบหนีเข้ากรุงเทพมหานคร ไปอาศัยอยู่กับน้องสาวในระยะแรก พร้อมนำอาวุธปืนขนาด .22 ที่ใช้ก่อเหตุ ไปขายให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในราคา 4,000 บาท เพื่อนำเงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อ–สกุล เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ ก่อนโยกย้ายที่พักอาศัยไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั้งเชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และภูเก็ต โดยประกอบอาชีพช่างเชื่อมเพื่อหาเลี้ยงชีพ พร้อมตัดการติดต่อกับญาติพี่น้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีใครเชื่อมโยงไปถึงตัวได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน คดีนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า “ไม่มีผู้กระทำผิดคนใดหลบหนีกฎหมายได้ตลอดชีวิต” แม้จะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่ หรือหลบซ่อนตัวนานเพียงใด แต่เมื่อมีพยานหลักฐาน และการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ความจริงย่อมถูกเปิดเผยและผู้กระทำผิดย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในที่สุด

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา