- 05 ก.ค. 2569
จากคดีใหญ่ของแอร์สาวที่สังคมกำลังจับตามอง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปล่อยให้ลอยนวล เดินหน้าขยายผลลุยล้างบางขบวนการที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การจับกุม
วันที่ 5 ก.ค.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาวจ.พะเยา ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”
พร้อมของกลางเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทย จำนวน 7 ใบ และเศษผงสีขาวที่สกัดได้จากซับในกระเป๋า บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมถุงถุงละ 0.4 กรัม ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)
กล่าวคือคดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ได้ประสานข้อมูลตรงถึง ผบ.ตร. กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ได้ทำการจับกุมตัว น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินแห่งหนึ่ง ขณะเดินทางไปถึงสนามบินเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 900 กรัม ที่ซุกซ่อนมาในซับในกระเป๋าผ้าลายช้างไทย
จากการสืบสวนขยายผลขบวนการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจนพบความเชื่อมโยงและเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของ นายนันทวัฒน์ ผู้ต้องหารายล่าสุด ที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยนายนันทวัฒน์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับฝากถุงดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างไทยซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 6 ใบมาจาก “นายอุทัย” แต่ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ตนเกิดความกลัว จึงได้ติดต่อกลับไปหา นายอุทัย ซึ่งปลายทางบอกให้ “จัดการอย่างไรก็ได้”
ตนจึงตัดสินใจใช้มีดกรีดทำลายกระเป๋าผ้าทั้งหมด แล้วนำผงเฮโรอีนด้านในไปเททิ้งลงชักโครกภายในห้องพักเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นได้นำเศษกระเป๋าผ้าและหูหิ้วแยกใส่ถุงดำขับรถตระเวนไปโยนทิ้งตามจุดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งทำลายหลักฐาน โดยจุดสำคัญบริเวณริมถนนหมายเลข 4040 ต.จำปา อ.ท่าเรือ พบถุงดำที่ภายในมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทยหลงเหลืออยู่จริง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้ทำการสกัดผงสีขาวที่ติดค้างอยู่ตามเศษผ้า นำมาตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเฮโรอีน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกจับกุมและคุมตัวนายนันทวัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป
