- 07 ก.ค. 2569
ตำรวจมุกดาหารแถลงคืบหน้า คดีเด็ก 11 ขับกระบะชนขบวนธุดงค์ ยันหลักฐานชัดเป็นคนขับ คาดยาขาด-งดเล่นมือถือ ทำเด็กเครียดจัด
กรณีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและบ้านพักเด็กฯ แถลงความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ เด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์จนมีพระภิกษุมรณภาพ 10 รูปและบาดเจ็บอีกหลายรูป ซึ่งผลสอบพยาน 28 ปากและวงจรปิดมัดแน่นเด็กเป็นคนขับจริง เตรียมขยายผลเอาผิดแม่และยายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ขณะที่ตัวเด็กยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากอาการป่วย อยู่ระหว่างการคุ้มครองสวัสดิภาพที่ รพ.พระศรีมหาโพธิ
พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน อัยการจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว แพทย์ และนักจิตวิทยา เพื่อเร่งรัดสำนวนคดี โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ 3 มิติ ดังนี้
1. ยันพยานหลักฐานมัดแน่น เด็ก 11 ขวบเป็นผู้ขับขี่
จากการรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยานไปแล้ว 28 ปาก ทั้งพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม ประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันชัดเจนว่าเด็กชายวัย 11 ปี เป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุเพียงลำพัง และมีพยานเข้าไปช่วยเหลือนำตัวเด็กออกจากรถหลังเกิดเหตุทันที
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องสอบผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและแพทย์เพิ่มเติม เพื่อหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเด็กสามารถควบคุมและขับรถยนต์ออกจากบ้านได้อย่างไร เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีผู้ใหญ่เคยสอนขับรถมาก่อน
2. เล็งดำเนินคดี "แม่-ยาย" ฐานปล่อยปละละเลย
การดำเนินคดีจะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ กระบวนการทางกฎหมายของตัวเด็ก และการพิจารณาความรับผิดชอบของผู้ดูแล
ส่วนของผู้ปกครอง ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาแม่และยาย ในความผิดฐานปล่อยปละละเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ซึ่งต้องตรวจสอบว่าในวันเกิดเหตุใครเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลโดยตรง
สำหรับกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่ว่าเด็กทะเลาะกับยายก่อนคว้ากุญแจรถหนี ผลการสอบปากคำยายเบื้องต้นปฏิเสธว่าไม่ได้ทะเลาะกัน โดยยายระบุว่าหลังเด็กขับรถออกไป ได้รีบไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ช่วยติดตามแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบความสอดคล้องกับพยานแวดล้อมรายอื่น
3. คาดยาขาด-งดเล่นมือถือ ทำเด็กเครียดจัด
ตำรวจยังให้ข้อมูลว่า จากการสอบสวนพบประเด็นว่า เด็กอาจไม่ได้รับยาต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด และในวันเกิดเหตุ แม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ทำให้เด็กไม่ได้เล่นโทรศัพท์ตามปกติ ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดความเครียดหรือไม่รู้จะทำอะไร แต่ตัวแทนบ้านพักเด็กฯ ย้ำว่า ประเด็นเรื่องการขาดยา ต้องรอผลประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะเด็กแต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการขาดยามีผลต่อเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่
ด้าน นายอนุวัฒน์ บุญพันธ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร ระบุว่า ปัจจุบันเด็กชายวัย 11 ปี อยู่ในกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนแม่ของเด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง อยู่ในภาวะช็อกและเครียดจัดจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเช่นกัน
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ในช่วงแรกที่เด็กอยู่ที่บ้านพักเด็กฯ ประมาณ 2 ชั่วโมง เด็กมีอาการวิ่งไปมาตลอดเวลา ไม่สามารถให้ข้อมูลหรือตอบคำถามใด ๆ ได้ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของแพทย์ที่ระบุว่า เด็กยังไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ และมีลักษณะคล้ายไม่รับรู้ถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แตกต่างจากเด็กทั่วไปที่จะมีอาการตกใจหรือร้องไห้ โดยหลังจากโรงพยาบาลรักษาและประเมินอาการจนเสร็จสิ้น จะส่งตัวเด็กกลับมายังบ้านพักเด็กฯ มุกดาหาร เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพวางมาตรการคุ้มครองระยะยาวต่อไป
