อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

"น้องแบม" เปิดใจปมโพสต์โสด ก่อนคลิปบุกจับสามีอยู่กับหญิงอื่นไวรัล 77 ล้านวิว เผยเจอรัก 3 ปี เจอนอกใจซ้ำ-ถูกทำร้าย ยืนยันไม่กลับไป ขอเลี้ยงลูกเอง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารมารีนนท์ นางสาวแบม อายุ 23 ปี ภรรยาหลวง ผู้โพสต์คลิปบุกจับสามีอยู่กับหญิงสาวอีกคน ซึ่งกลายเป็นไวรัลกว่า 77 ล้านวิว ก่อนคลิปดังกล่าวถูกลบออก เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุที่เคยโพสต์สถานะ "โสด"

อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

แบม เล่าว่า ตนกับ "บอล" สามี รู้จักกันจากงานเลี้ยงของโรงงานที่ทำงาน ก่อนเริ่มคบหากันได้ประมาณ 1 เดือน ตนตั้งครรภ์ ฝ่ายชายจึงเข้ามารับผิดชอบและใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา แม้ไม่ได้จัดงานแต่ง แต่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายมีพฤติกรรมนอกใจหลายครั้ง โดยทุกครั้งที่จับได้ ตนเลือกให้อภัย เพราะอยากรักษาครอบครัวและยังรักสามี แต่ยอมรับว่าฝ่ายชายไม่เคยป้องกันในการมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นเลย

นอกจากนี้ แบมยังเผยว่า เคยถูกสามีทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ถึงขั้นเคยถูกใช้มีดจี้คอ รวมถึงมีปัญหาเรื่องเล่นพนันออนไลน์ ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้น ฝ่ายชายเคยเข้าไปอยู่ในสถานพินิจก่อนหน้านี้ แต่ตนเพิ่งมาทราบภายหลัง

อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

เมื่อถามว่าทำไมยังรักผู้ชายคนนี้ แบมตอบว่า เพราะฝ่ายชายเป็นคนหน้าตาดี ชอบเอาใจ พูดจาหยอดเก่ง และเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้มีความสุข

สำหรับลูก ปัจจุบันอายุ 1 ขวบ อยู่ที่บ้านของครอบครัวฝ่ายชาย โดยแบมระบุว่า ครอบครัวของฝ่ายชายรับรู้ถึงพฤติกรรมต่าง ๆ มาตลอด แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครติดต่อมาช่วยแก้ไขปัญหา
 

แบมเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดคลิปว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีทะเลาะกันจนต้องแยกกันอยู่ แต่ฝ่ายชายยังตามง้ออยู่ตลอด โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฝ่ายชายยังทักมายืมเงิน 20 บาท เพื่อเติมอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์ ก่อนจะเกิดเหตุในคลิป

วันเกิดเหตุ แบมกำลังพารุ่นพี่ไปสมัครงาน ระหว่างทางได้นำเอกสารและใบทะเบียนสมรสออกมาถ่ายเอกสาร และพกไว้ใต้เบาะรถ กระทั่งขับผ่านหมู่บ้านที่สามีพักอยู่ จึงตัดสินใจให้รุ่นพี่จอดรถ เพราะอยากรู้ว่าสามีใช้ชีวิตอย่างไร

  อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

เมื่อเห็นรถที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่หน้าบ้าน จึงเดินเข้าไปดู ก่อนพบรองเท้าผู้หญิงวางอยู่คู่กับรองเท้าสามี เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ซึ่งไม่ได้ล็อก จึงพบภาพตามคลิปที่เผยแพร่ โดยแบมยอมรับว่าพยายามตบหน้าสามี แต่ฝ่ายชายยังอยู่ในอาการมึนงงและแทบไม่ตอบสนอง

ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในห้อง แบมมองว่าน่าจะรู้ว่าสามีมีครอบครัวแล้ว เพราะภายในห้องมีรูปภาพ และเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมบอกว่า หากอีกฝ่ายไม่รู้จริงก็พร้อมขอโทษ แต่หากเจอสถานการณ์เดียวกันก็คงเข้าใจความรู้สึกของตน

สำหรับประเด็นหมอนโดเรม่อนและที่นอนสีชมพูที่ปรากฏในคลิป แบมชี้แจงว่า หมอนดังกล่าวเป็นของสามีตั้งแต่แรก และอยู่ในสภาพเก่ามาตั้งแต่คบกัน ส่วนที่นอนฝ่ายชายไม่เคยปูผ้าปูที่นอนเอง ตนเป็นคนซื้อและซักให้มาตลอด ก่อนคาดว่าหลังตนย้ายออก ฝ่ายชายอาจนำผ้าปูออกไปทิ้ง

อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

ส่วนฝากระติกสีเขียวบนเตียง แบมเผยว่า เดิมวางอยู่ข้างเตียง และเป็นสิ่งที่ตนโยนเพื่อปลุกสามีในวันเกิดเหตุ

เมื่อพูดถึงโพสต์สถานะ “โสด” แบมยอมรับว่า สาเหตุมาจากความเหงาและความโกรธสามี อยากให้สังคมเข้าใจว่า “ที่โพสต์โสด เพราะโกรธผัว” พร้อมยอมรับว่าหลังโพสต์มีคนเข้ามาติดต่อ แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมเริ่มต้นกับใคร

กรณีที่พี่สาวของฝ่ายชายออกมากล่าวหาว่าแบมเองมีชายอื่น แบมยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบเพื่อน นัดพูดคุยและรับประทานอาหารกันเท่านั้น

ส่วนการโพสต์คลิปดังกล่าว แบมระบุว่า ไม่ทราบว่ามีความผิดทางกฎหมาย เพราะเห็นว่ามีคนโพสต์ลักษณะนี้ในโรงงาน จึงคิดว่าสามารถเผยแพร่ได้ แต่สาเหตุที่ตัดสินใจโพสต์ เพราะโกรธที่สามีเลือกปกป้องผู้หญิงอื่น และกลับมาทำร้ายตน

สุดท้าย แบมยืนยันว่าจะไม่กลับไปคบกับสามีอีก พร้อมเดินหน้าฟ้องหย่า และต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ไม่ว่าสามีจะมีเงินหรือไม่ ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของพ่อ

อยากให้เข้าใจ"เมียหลวง" 77 ล้านวิว ยอมพูดแล้ว ทำไมต้องโพสต์โสด

ด้าน ทนายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ "ทนายพัฒน์" ให้ความเห็นด้านกฎหมายว่า เนื่องจากแบมมีทะเบียนสมรสถูกต้อง จึงสามารถใช้สิทธิฟ้องหย่า ฟ้องชู้ และเรียกค่าทดแทนได้ ขณะเดียวกัน ฝ่ายหญิงที่ถูกเผยแพร่คลิปก็สามารถดำเนินคดีกับแบมได้ ทั้งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, PDPA และข้อหาหมิ่นประมาท

ทนายพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เสียเปรียบอาจเป็นฝั่งเมียหลวง เนื่องจากคลิปถูกเผยแพร่ในวงกว้าง แต่สามารถนำประเด็นเรื่องอารมณ์ชั่ววูบหรือบันดาลโทสะมาเป็นข้อต่อสู้ได้ อย่างไรก็ตาม ศาลอาจพิจารณาถึงจำนวนยอดแชร์และความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าแชร์ต่อคลิปดังกล่าว เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดทางกฎหมาย และการไม่รู้กฎหมายอาจไม่สามารถใช้เป็นข้อแก้ตัวได้หากถูกดำเนินคดี