- 09 ก.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รวบผู้ต้องหาสร้างเพจปลอม อ้างชื่ออินฟลู ขายกล่องสุ่มทิพย์ ก่อนเชิดเงินหนี
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. ,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. , พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา
ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฏา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง,
พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณรงค์ แก้วศรี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม รรท.รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม, ว่าที่ พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สว.กก.4 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ร.ต.ต.ธัชนันท์ ต่วนชะเอม รอง สว.(ป.) กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม นำโดย พ.ต.ท.ศรชัย ดวงดาว สว.สส.สภ.เมืองนครปฐม, ร.ต.อ.ตฤษณา กิจเดช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม
จ.นครปฐม
ร่วมกันจับกุม น.ส.กันติศาฯ อายุ 26 ปี ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงงาน ซ.ประชาร่วมใจ 59 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย.65 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า มีคนร้ายใช้บัญชีเฟซบุ๊ก หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินค้าสินค้าประเภทกล่องสุ่ม โดยผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารผู้ต้องหา รวมจำนวน 7 ครั้ง เป็นเงิน 66,567 บาท เป็นเหตุให้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครปฐม เป็นหมายจับ ศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.249/2567 ลงวันที่ 1 เมษายน 2567 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า น.ส.กันติศาฯ ได้มาทำงานอยู่ที่โรงงาน ในพื้นที่ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางมาตรวจสอบ พบว่า น.ส.กันติศาฯ อยู่บริเวณหน้าโรงงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัว ผู้ต้องหายอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับของศาลฯ
นี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน
น.ส.กันติศาฯ รับทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีแล้ว และขอให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สถานีตำรวจนครบาลนิมิตรใหม่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับที่ต้องการตัวเพิ่ม 3 หมายจับ
1.หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่จ.152/2566 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชนฯ
2.หมายจับศาลจังหวัดลพบุรีที่ 219/2566 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จหรือประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
3.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคามที่จ.136/2568 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกงและในความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด จึงได้แสดงหมายจับอีก 3 หมายจับให้ผู้ต้องหาดังกล่าวฯ ทราบอีกด้วย
โดยพฤติการณ์ในการหลอกลวงทุกคดีมีลักษณะคล้ายกัน คือ ผู้ต้องหาได้สร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม อ้างชื่อ อินฟลูฯผู้มีชื่อเสียงชื่อ “ดิว ธีรภัทร” หลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อให้โอนเงินซื้อสินค้าประเภทกล่องสุ่ม จากนั้นผู้เสียหายถูกบล็อกการสนทนา ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก
สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สว.กก.4 บก.ป. โทร.0830811683
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
