- 09 ก.ค. 2569
ปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ลุยปราบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ สวมสิทธิแจ้งเกิดเท็จให้บุตรชาวต่างด้าวได้สัญชาติไทย ชาวจีนใช้พ่อคนไทย(ทิพย์)
9 ก.ค.69 พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาล และ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีการปกครอง ,DOPA N.IC.E , ปปท.,ปปง. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” พ่อไทย(ทิพย์)รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และ เจ้าหน้าที่เขต ใช้คนไทย (ทิพย์) เปิดทางปั้นเด็กต่างด้าวที่เกิดมาให้ได้สัญชาติโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทย ก่อเกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้าน ทั้งทางด้านสังคม การศึกษา การครองครองสังหาและอสังริมทรัพย์ กระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ศาลจึงได้ออกหมายจำนวน 40 และ 42 หมายค้น ประกอบด้วย น.ส.สุนีย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย / น.ส.ศิริพร (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย / พ่อไทย (ทิพย์) จำนวน 17 ราย และ แม่ต่างด้าว จำนวน 16 ราย
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายเฉิน สัญชาติจีน ซึ่งกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยังนางสาวเป้าเจียว ซึ่งเป็นภรรยาชาวจีนของนายเฉิน โดยนางสาวเป้าเจียว บุตรจำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับนางสาวเป้าเจียว เพื่อให้มาเป็นบิดาของบุตร
ซึ่งการทำคลอดและแจ้งการเกิด มีการซื้อแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.สุนีย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ ประมาณ 20,000 บาท ทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด โดยจะมีการใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000 - 15,000 บาท และมีน.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.สุนีย์
เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง เพื่อต้องการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ ขณะนี้กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนจีนเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว
พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง และจะดำเนินการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการทางทะเบียนที่เป็นเท็จเพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเคร่งครัด
ขณะนี้มียอดหมายจับรวมทั้งหมด 40 หมายจับ เป็นชาวต่างชาติจำนวน 16 ราย ส่วนกลุ่มพ่อทิพย์แม่ทิพย์มีประมาณ 16 ถึง 17 ราย และเป็นพ่อชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่สนับสนุนอีก 5 ราย แต่อยู่ระหว่างการขอทราบคำให้การที่ชัดเจนก่อน โดยมีผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 62 คน
ขบวนการนี้มีการส่งต่อข้อมูลกันในกลุ่มแชตของชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบต่อไปว่าจะมีกลุ่มในลักษณะนี้อีกกี่กลุ่ม ส่วนลักษณะของการโฆษณานั้น เบื้องต้นอ้างว่ายังไม่พบข้อมูลการโฆษณาในประเทศจีน และสำหรับประเด็นที่ว่าทางโรงพยาบาลรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่นั้น ยังคงต้องอยู่ระหว่างการสอบสวนให้แน่ชัดว่าเป็นที่ตัวองค์กรหรือเป็นพฤติการณ์เฉพาะบุคคล
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน ที่ใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท และพบความผิดปกติเพราะมีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าไปให้เมียชาวจีนและพบว่าเมียคนนี้มีลูก 3 คนถือสัญชาติไทย ทำให้เกิดการตรวจสอบพบว่ามีการจ้างชายไทยมาจดทะเบียนสมรสและสวมสิทธิเป็นพ่อ เพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมาย
โดยจากการตรวจสอบพบว่า ขบวนการนี้ ทำงานอย่างเป็นระบบ และมีตัวละครสำคัญ คือ
- เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.ส. ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี และมีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลครั้งละ 70,000 บาท แต่มีค่าดำเนินการแยกต่างหากให้กับ น.ส.ส. 20,000 บาท เพื่อทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด
- จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรี อีกหนึ่งคนทำหน้าที่ ในการจดทะเบียนออกใบสูติบัตรให้กับชาวจีน
ซึ่งจะทั้งการใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000 - 15,000 บาท แล้วแต่การตกลง
เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทยที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 62 คู่ หรือเป็นพ่อชาวไทยปลอมๆ 62 คน อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ
ทั้งนี้แนวทางการสืบสวนยังพบว่าหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา พบว่า มีชื่อของนายประจวบ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี นอมินี ของบริษัทไชน่าเรลเวย์ ที่ถือหุ้น10% มาเป็นหนึ่งพ่อทิพย์ ด้วยจากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าตัวอ้างว่าเป็นพ่อจริงๆ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่นำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ พบว่า ดีเอ็นเอของนายประจวบ ไม่ตรงกับบุตรชาวจีน
ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป