- 10 ก.ค. 2569
ชาวบ้านใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ผวาหนัก หลังสัตว์ปริศนาคาดว่าออกจากพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน บุกทำลายสวนกล้วยและต้นทุเรียนเสียหายอย่างหนัก
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านโนนแสนสุข หมู่ 2 ตำบลสระว่านพระยา อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีสัตว์ปริศนาบุกเข้าทำลายสวนกล้วยและต้นทุเรียนจนได้รับความเสียหาย โดยคาดว่าสัตว์ดังกล่าวอาจออกมาจากพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน
จุดแรกเป็นสวนกล้วยหอมอยู่ห่างจากบ้านเจ้าของสวนไม่ถึง 200 เมตร พบต้นกล้วยที่กำลังให้ผลผลิตถูกฉีกกระชากจนหักโค่นเสียหายรวม 18 ต้น หลายต้นถูกกัดกินบริเวณหยวกกล้วยจนเหลือแต่ซากกระจัดกระจาย นอกจากนี้ยังพบต้นทุเรียนอายุประมาณ 2 ปี ถูกกัดลอกเปลือกและหักกิ่งเสียหายเกือบครึ่งต้น โดยร่องรอยการกัดแทะอยู่สูงจากพื้นประมาณ 1.20 เมตร
จากการตรวจสอบสวนอีกแปลง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 300 เมตร พบต้นกล้วยอายุใกล้เคียงกันถูกทำลายเพิ่มอีก 12 ต้น ลักษณะความเสียหายคล้ายกับแปลงแรก ชาวบ้านพยายามค้นหาร่องรอยของสัตว์ที่ก่อเหตุ แต่ไม่พบรอยเท้าที่ชัดเจน เนื่องจากมีชาวบ้านและสุนัขเดินเข้าออกพื้นที่หลายครั้ง เหลือเพียงร่องรอยความเสียหายที่บ่งชี้ว่าน่าจะเกิดจากสัตว์ที่มีกรงเล็บแข็งแรง
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่จะเกิดกับสวนกล้วย โดยปีนี้เพียงปีเดียวเกิดขึ้นแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 2-3 เดือน แม้ว่าจุดเกิดเหตุจะอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 20 กิโลเมตร แต่ก็ยังเชื่อว่าสัตว์ที่ก่อเหตุอาจเป็นสัตว์ป่าที่ออกมาหากินนอกพื้นที่ป่า
นางสาวพรรณี คงเกษ อายุ 41 ปี ชาวบ้านโนนแสนสุข เปิดเผยว่า ครั้งนี้สวนกล้วยของพี่ชายได้รับความเสียหาย 18 ต้น ส่วนสวนของเพื่อนบ้านถูกทำลายอีก 12 ต้น รวมถึงต้นทุเรียนอีก 1 ต้น ชาวบ้านต่างรู้สึกหวาดกลัว เพราะไม่ทราบว่าสัตว์ชนิดใดเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นสุนัข เนื่องจากลักษณะการฉีกต้นกล้วย การกัดกินหยวก และความสูงของรอยกัดไม่ใช่พฤติกรรมของสุนัขทั่วไป
ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเคยเข้าตรวจสอบพื้นที่หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถติดตามตัวสัตว์ได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยพบรอยเท้าซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานสันนิษฐานว่า อาจเป็นรอยเท้าของหมีหมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้พบเห็นตัวสัตว์อย่างชัดเจน ทำให้ชาวบ้านยังคงวิตกกังวลว่า สัตว์ป่าดังกล่าวอาจออกมาหากินใกล้ชุมชนและเป็นอันตรายต่อประชาชนได้
