- 11 ก.ค. 2569
เกิดเหตุสุดเศร้าที่ จ.อุดรธานี ชายวัย 65 ปี ถูกต่อหัวเสือต่อยเพียง 1 ครั้ง ก่อนให้ลูกสาววัย 13 ปี รีบไปซื้อยาแก้แพ้มาให้รับประทาน ก่อนช็อกเสียชีวิตต่อหน้าลูกสาว
บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่บ้านเทพประทาน ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี หลังนายสำราญ (สงวนนามสกุล) หรือ "โหลย" อายุ 65 ปี เสียชีวิตภายหลังถูกต่อหัวเสือต่อยเพียง 1 ครั้ง โดยญาติและชาวบ้านต่างร่วมกันจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ท่ามกลางความอาลัย โดยเฉพาะภรรยาและลูกสาววัย 13 ปี ที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บ้านของผู้เสียชีวิตตั้งอยู่ท่ามกลางสวนยางพาราและป่าชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของแมลงมีพิษหลายชนิด ภายในบริเวณบ้านยังมีการตากเนื้อแห้งไว้จำนวนหนึ่ง โดยชาวบ้านคาดว่ากลิ่นเนื้ออาจเป็นสาเหตุที่ดึงดูดต่อหัวเสือให้บินเข้ามา เนื่องจากแมลงชนิดนี้มีพฤติกรรมกินเนื้อและโปรตีนเป็นอาหาร
ด.ญ.ปิยธิดา หรือ "น้องสา" อายุ 13 ปี ลูกสาวคนเล็กของผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ พ่อกำลังจะพาตนไปตลาดเพื่อซื้อเนื้อหมูและเนื้อไก่มาทำเนื้อตากแห้งขาย ระหว่างเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่ราวตากผ้า พ่อไม่ทันสังเกตเห็นต่อหัวเสือ ก่อนถูกต่อยบริเวณศีรษะเพียง 1 ครั้ง จากนั้นพ่อใช้เท้าเหยียบตัวต่อจนตาย
หลังถูกต่อย พ่อบอกให้ตนรีบไปซื้อยาแก้แพ้มาให้ โดยรับประทานไป 3 เม็ด แต่เพียงไม่นานอาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการตัวสั่น ชักเกร็ง หายใจติดขัด ก่อนหมดสติ ญาติและชาวบ้านช่วยกันปั๊มหัวใจและรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
น้องสากล่าวทั้งน้ำตาว่า อยากให้พ่อมาเข้าฝัน เพราะพ่อจากไปโดยไม่ได้ร่ำลา และสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดตามความตั้งใจของพ่อที่อยากเห็นลูกเรียนสูง ๆ
ด้านนางพัชรี อายุ 62 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเดินทางไปทำงานในตัวเมืองอุดรธานี และได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายจนแทบทรุด สามีมีโรคประจำตัวทั้งโรคตับและโรคหอบหืด อีกทั้งมักซื้อยารักษาอาการหอบมารับประทานเอง แม้แพทย์จะเคยเตือนไม่ให้ทำ จึงไม่แน่ใจว่าการรับประทานยาแก้แพ้ร่วมกับโรคประจำตัว อาจมีส่วนทำให้อาการทรุดหนักหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลการวินิจฉัยจากแพทย์
นางพัชรี ยังเล่าด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งคืน ฝันว่าฟันหลุดทั้งปาก จนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นลางร้าย ส่วนคำพูดสุดท้ายของสามีคือ ขอให้เก็บเงินไว้เป็นค่าฌาปนกิจศพ และย้ำว่าอยากเห็นลูกสาวได้เรียนสูง ๆ พร้อมบอกว่าจะยังไม่ยอมตายง่าย ๆ เพราะลูกยังไม่โต
ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างยากลำบาก มีลูกทั้งหมด 4 คน โดยลูกคนโตต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวแล้ว เหลือเพียงน้องสาที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยม เป็นเด็กเรียนดีและมีความฝันอยากเรียนต่อ ครอบครัวจึงวอนผู้มีจิตศรัทธาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากประสงค์จะช่วยเหลือทุนการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายด้านการเรียน สามารถประสานผ่านโรงเรียนน้ำซึมวิทยา หรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ได้
ทั้งนี้ ครอบครัวยังฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า หากถูกแมลงมีพิษต่อย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก หน้ามืด หรืออาการแพ้อย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
