- 13 ก.ค. 2569
"โบว์ ณัฏฐา" โพสต์ข้อความ วิจารณ์ "รายการโหนกระแส" หลังชมรายการเต็มครั้งแรก ก่อนตั้งคำถามถึงผู้บริหารสถานี
“โบว์ ณัฏฐา” โพสต์ข้อความล่าสุด ถึง รายการโหนกระแส ก่อนฝากตั้งคำถามถึง บริหารสถานี โดยได้ระบุผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ใจความว่า
วันก่อนเขียนถึงสื่อมวลชนประเภทสำนักข่าวไป วันนี้มีคนขอให้เขียนถึงรายการโหนกระแสบ้าง
.
จากที่เคยเห็นแต่คลิปสั้นผ่านตา เลยลองไปหาคลิปรายการเต็มๆมาฟังเป็นครั้งแรก เป็นตอนที่ทางรายการพาดหัวใน YouTube ว่า LIVE โหนกระแส “เมียสลิ้งแตก!!! ผัวชวนสาวอื่นมาดูโดราเอมอนที่ห้องเรามั้ย”
ดูจบแล้วก็สลดใจกับวิธีการนำเสนอที่ใช้เวลา Prime Time ในช่องสื่อหลักถึงสองชั่วโมง ซึ่งทางพิธีกรออกตัวในตอนจบว่าเป็น “การสะท้อนสังคม”
.
สิ่งที่ได้มามีอะไรบ้าง …
- เรื่องเล่าชีวิตส่วนตัวของหนุ่มสาวโรงงานสองคนที่คบกันหลังกินเหล้าในงานเลี้ยงโดยไม่ได้แต่งงานจนฝ่ายหญิงท้อง ขณะที่ฝ่ายชายมีหญิงอื่นตลอด ก่อนกดดันฝ่ายชายให้จดทะเบียนสมรสด้วยแรงจูงใจคือเงินเลี้ยงดูบุตรจากประกันสังคมโดยเฉพาะ 5 พันบาทที่จะได้ย้อนหลัง แล้วทะเลาะกันตลอดจนแยกกันอยู่ ฝ่ายหญิงประกาศตัวทาง facebook ว่าโสด ฝ่ายชายบอกหญิงอื่นว่าโสด
- อารมณ์ความรู้สึกจากเรื่องส่วนตัว ความรักความแค้น ขยี้ไปเรื่อยๆ
- เหตุการณ์ในวันเกิดเรื่อง ความมึนเมา ความสัมพันธ์กับหญิงอื่น การถ่ายคลิปอนาจารและโพสต์ลง facebook ยอด 77 ล้านวิว การทำร้ายร่างกายในคลิป การทำลายข้าวของ
- การนำคลิปที่ “ผิดกฎหมาย” มาเบลอภาพแล้วใช้เป็นเนื้อหาในรายการ
- การสัมภาษณ์คู่กรณี และการฟ้องร้องซึ่งกันและกันจากทั้ง 3 ฝ่าย
- ส่วนหนึ่งของเวลารายการซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด คือการให้ความเห็นทางกฎหมายจากทนายความที่จะรับทำคดีให้ฝ่ายภรรยา (ซึ่งเมื่อเป็นความเห็นแบบทนายที่เตรียมสู้คดี จึงเป็นความเห็นเพียงสั้นๆท้ายรายการ ไม่เพียงพอกับการให้ความรู้และเหตุผลทางกฎหมายรอบด้านกับสังคม)
.
บรรยากาศการดำเนินรายการตลอดสองชั่วโมง เป็นไปเพื่อความบันเทิง ถามรายละเอียดเรื่องส่วนตัว ขยี้อารมณ์ ใส่มุกตลกขบขัน ใช้ “วัตถุพยาน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มาโดยผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินมาเป็นประโยชน์กับการสร้างเสริมความบันเทิงในรายการ
สังคมไม่ได้ความรู้ว่าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทคืออะไร กฎหมาย พรบ.คอมฯ บัญญัติไว้อย่างไรบ้าง ทำไมจึงโทษสูง การฟ้องชู้ฟ้องหย่าเป็นคดีแพ่ง ต่างจากคดีอาญาอย่างไร ส่วนไหนเป็นหน้าที่ของรัฐได้ ส่วนไหนต้องดำเนินการเอง
.
ไม่ได้อะไรเลย
.
สิ่งที่ได้คืออารมณ์ร่วม การรุมด่าทอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อความสะใจ และความรู้สึกว่ามัน “โอเค” ที่จะปล่อยมุกสนุกสนานกับสิ่งที่เป็น “ผลของอาชญากรรม” อย่าง “คลิปอนาจาร”
.
และนี่คือสิ่งที่โทรทัศน์ช่องหลักของประเทศนี้ “เลือก” ให้แอร์ไทม์ 2 ชั่วโมง ในช่วงเวลาที่ชาวบ้านร้านตลาดสะดวกดูมากที่สุดเวลาหนึ่ง
เข้าใจว่าคนชอบดู
เข้าใจว่าสปอนเซอร์แน่น
แต่ถ้านี่คือสิ่งที่ “สถานีโทรทัศน์” กระแสหลัก “เลือก”ให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ …
แล้วเราจะหวังอะไรจากสื่อไทยได้อีกบ้าง?
ขอตั้งคำถามถึงผู้บริหารสถานีค่ะ
.
